หลายคนจะต้องนึกถึงเมนูอาหารที่แสนอร่อยจากผักพื้นบ้านชนิดนี้ที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวอย่าง “ชะอม” ชะอมจึงจัดเป็นผักพื้นบ้านที่มีคนไทยบริโภคเป็นประจำและมีความต้องการในแต่ละวันไม่น้อยไปกว่าผักพื้นบ้านชนิดอื่น เกษตรกรไทยมักจะมองว่า การปลูกพืชผักสวนครัวจะเป็นเพียงอาชีพเสริม ไม่สามารถสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้ตัวอย่างแหล่งปลูกชะอมพื้นที่ใหญ่แห่งหนึ่งของ จ.พิจิตร อยู่ที่ อ.ตะพานหิน ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกชะอมพันธุ์ไร้หนาม ตัวอย่างเกษตรกร นางดอกไม้ อินอ้น หรือ ป้าดอกไม้ วัย 80 ปี ที่ถือเป็นเกษตรกรที่เริ่มปลูกชะอมไร้หนามรายแรก ๆ ของ อ.ตะพานหิน รวมทั้งยังเป็นประธานกลุ่มผู้ปลูกชะอมไร้หนามบ้านคลองข่อย บ้านเลขที่ 31/6 หมู่ 6 บ้านคลองข่อย ซอย 13 ต.ไผ่หลวง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ปลูกชะอมไร้หนามที่หลายคนมองเป็นเพียงอาชีพรองนั้นกลับสร้างรายได้หลักให้กับป้าดอกไม้ อินอ้นและครอบครัว มายาวนานกว่า 20 ปี การปลูกชะอมไร้หนาม เริ่มต้นในพื้นที่ 3 ไร่ สร้างรายได้ดีกว่าทำนา 10 ไร่ ก่อนที่ป้าดอกไม้ จะปลูกชะอมไร้หนามก็ทำนามาก่อน ปัจจุบันก็ยังคงทำนาควบคู่ไปซึ่งนากลายเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น ป้าดอกไม้เล่าย้อนกลับไปว่าได้พันธุ์ชะอมไร้หนามมาปลูกแบบสวนครัวหลังบ้านเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว วัตถุประสงค์แรกของการปลูกชะอมไร้หนามในตอนนั้นเพียงเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน และต่อมาเลยตอนกิ่งชะอมเพื่อขยายต้นปลูกเพื่อเก็บยอดชะอมจำหน่ายให้กับเพื่อนบ้านและตลาดในชุมชนเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว หลังจากเก็บยอดชะอมขาย ผลปรากฏว่าปริมาณของความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีรายได้ค่อนข้างแน่นอน มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือนเกือบทุกวัน เมื่อเปรียบเทียบกับการทำนาที่ป้าดอกไม้ บอกว่าค่อนข้างเหนื่อยกว่ามากและยังมีค่าใช้จ่ายต่อไร่สูง แล้วการปลูกข้าวยังประสบปัญหาในความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้าอากาศ และราคา เมื่อเปรียบเทียบรายได้จากการเก็บยอดชะอมไร้หนามขายในพื้นที่เพียง 3 ไร่ที่เริ่มต้นทำนั้นดีกว่าปลูกข้าวในพื้นที่ 10 ไร่ ปัจจุบัน ป้าดอกไม้และครอบครัว ได้ขยายพื้นที่ปลูกชะอมไร้หนามออกไปถึง 6 ไร่ หรือราวเกือบ 10,000 ต้น และแปลงปลูกกล้วยกับไผ่ เพื่อนำกาบกล้วยและไม้ไผ่มาใช้ในการมัดกำชะอมที่จะต้องใช้เกือบทุกวัน ป้าดอกไม้ยังได้บอกว่าโรคและแมลงศัตรูชะอมมีน้อยมากและใช้เพียงแรงงานในครอบครัว ในแต่ละครอบครัวที่ปลูกชะอมไร้หนามในพื้นที่ 1- 2 ไร่หรือมากกว่านั้น จะมียอดให้เก็บหมุนเวียนได้ทุกวัน มีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัววันละ 200-300 บาทอย่างสบาย ชนิดของชะอมที่ปลูกในบ้านเรา ชะอมที่ปลูกกันในขณะนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆตามลักษณะคือ ชะอมมีหนาม กับ ชะอมไม่มีหนาม (ชะอมไร้หนาม) ต้นชะอมมีหนามจะมีหนามทั่วทั้งต้นและกิ่งก้านสาขา รวมถึงส่วนของยอดอ่อนด้วย ในขณะที่ต้นชะอมไร้หนามเกือบจะไม่มีหนามเลย หรือจะพบหนามบ้างเหมือนกันแต่น้อยมาก จะพบเพียงหนามอ่อนห่าง ๆ เท่านั้น ข้อแตกต่างของชะอมทั้ง 2 ชนิด ป้าดอกไม้ อธิบายว่า ยอดชะอมที่มีหนามจะมีกลิ่นแรงกว่ายอดชะอมไร้หนาม สำหรับรสชาติเมื่อนำไปประกอบอาหารใกล้เคียงกันจนแยกไม่ออก แต่กลับรู้สึกว่าชะอมไร้หนามทานง่ายกว่า เพราะไม่มีหนามให้กวนใจเวลาทาน สำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกชะอมนั้น ชะอมไร้หนามจะสะดวกในเรื่องของการเก็บเกี่ยวยอดเป็นอย่างมาก เนื่องจากการที่ต้นหรือกิ่งไม่มีหนามทำให้เก็บได้ค่อนข้างรวดเร็วและไม่ถูกหนามทิ่มแทงมือหรือร่างกาย ลักษณะของการแตกยอดพบว่าพันธุ์ที่มีหนามจะให้ยอดน้อยและแตกยอดช้ากว่าชะอมไร้หนาม ป้าดอกไม้ย้ำว่าลักษณะของการแตกยอดจะเห็นได้ชัดมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดชะอมมีราคาแพงที่สุด ราคาจะสูงถึงกำละ 10-15 บาท ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชะอมในท้องตลาดมีน้อย จะเห็นได้ชัดเลยว่าต้นชะอมไร้หนามให้ยอดที่ดีกว่าอย่างชัดเจน วิธีการเพาะปลูก เตรียมพื้นที่ปลูกโดยการไถพรวน ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ หลังจากนั้นขุดหลุมปลูกให้มีความกว้าง ยาวและลึกประมาณ 20 เซนติเมตร โดยทั่วไปชะอมไร้หนามสามารถปลูกได้กับดินทุกประเภท แต่หากเป็นดินเหนียว ในช่วงแรกควรทำให้ดินละเอียดก่อนเพื่อให้รากเดินได้สะดวกพอ ต้นเริ่มโตรากก็จะเดินได้ดี จะทำให้ต้นชะอมแข็งแรงขึ้นเอง ผสมดินที่ขุดมาจากหลุมด้วยปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 2 กำมือ และคลุกเคล้าปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 16-16-16, 19-19-19 ฯลฯ ลงไปอัตรา 1 ช้อนแกง ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 1 คูณ 1 เมตร ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ จะปลุกต้นชะอมไร้หนามได้ประมาณ 1,600 ต้น หลังจากที่ขุดหลุมปลูกและผสมปุ๋ยเสร็จเรียบร้อย นำกิ่งตอนชะอมไร้หนามที่เตรียมไว้แช่น้ำพอชุ่มแล้วแกะถุงพลาสติกที่หุ้มรากออก จากนั้นรองก้นหลุมด้วยฟูราดาน เพื่อป้องกันปลวก โดยใช้โรยที่ก้นหลุมเพียงเล็กน้อยไม่เกินครึ่งช้อนชา (ไม่ควรใส่เยอะเกินไป) แล้วโรยดินกลบฟูราดานอีกเพียงเล็กน้อย ปักกิ่งชะอมให้อยู่ส่วนกลางของหลุม หลบดินและอักแน่น รดน้ำให้ชุ่มอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็จะเริ่มแตกยอด การบำรุงรักษา พบว่ามีการระบาดของหนอนและด้วงกินใบชะอม ถ้าพบไม่มากจะใช้วิธีจับทำลาย แต่ถ้าพบมากและมีความจำเป็นที่จะต้องฉีดพ่นสารฆ่าแมลงจะเลือกใช้สารกำจัดแมลงที่ผลิตจากสมุนไพร ในแต่ละปีจะมีการฉีดสารฆ่าแมลงเพียงไม่กี่ครั้ง โดยหลังจากฉีดพ่นสารฆ่าแมลงไปจะต้องเว้นระยะของการเก็บยอดอย่างน้อย 10-15 วัน ในรอบปีจะมีการใส่ปุ๋ยคอกอย่างน้อย 1 ครั้งและจะมีการใส่ปุ๋ยยูเรีย (สูตร 46-0-0) อย่างน้อย 3 เดือน ต่อ 1 ครั้ง เพื่อช่วยบำรุงต้นชะอมไร้หนามให้มีความสมบูรณ์ขึ้น ในกรณีที่ต้นชะอมไร้หนามที่มีอายุมากและมีความสูงของต้นมาก แนะนำให้ตัดต้นเหลือเพียงตอเพื่อให้มีการแตกพุ่มใหม่เหมือนกับการทำสาวของต้นผลไม้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรื้อถอนต้นทิ้งหรือปลูกใหม่ ข้อแนะนำสำหรับการดูแลรักษายอดชะอมไร้หนาม เมื่อกิ่งพันธุ์แตกยอดอ่อนๆ ในระยะแรกๆ ควรทำร่มเงา เพื่อบังแดดให้กับยอดอ่อน ให้ได้รับแสงแดดรำไร ไม่ควรให้ยอดอ่อนอยู่กลางแดดจัดโดยตรง เพราะอาจทำให้ยอดแห้งหรือเหี่ยวตายได้ เมื่อยอดอ่อนมีสีเหลืองให้สังเกตว่าอาจขาดสารอาหารหรือขาดน้ำค่ะ ให้ใส่ปุ๋ยยูเรียเพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับต้นและหมั่นให้น้ำสม่ำเสมอเพื่อให้ชะอมได้รับสารอาหารและน้ำเพียงพอ หากปลูกแล้วต้นชะอมมีดอก ให้ตัดดอกออกทันที เพราะจะทำให้ต้นไม่เจริญเติบโตหรือทำให้ชะอมมไม่แตกยอด อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บยอดชะอมมักใช้กรรไกรแทนการใช้มือเด็ด นอกจากจะทำให้สะดวกแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลอีกด้วย เนื่องจากการปลูกชะอมไร้หนามจะต้องมีการเก็บยอดเป็นประจำ ระบบการให้น้ำจึงจำเป็นต้องมี เพื่อการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ที่แปลงปลูกชะอมไร้หนามของที่สวนจะใช้ระบบน้ำแบบสปิงเกอร์ที่ยกสูงมาจากพื้นดินประมาณ 1.50 เมตร และการควบคุมทรงพุ่มของต้นชะอมไร้หนามก็เป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญ ควรหมั่นเล็มยอดเพื่อควบคุมทรงพุ่มต้นชะอมให้โตเป็นพุ่มสูงขึ้น เปรียบเหมือนการตัดแต่งทรงพุ่มต้นไม้นะคะ เพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยวยอดและไม่ปวดหลังในขณะเก็บเกี่ยว โดยควบคุมให้ต้นชะอมมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร ศัตรูพืช ส่วนใหญ่จะพบการระบาดของพวกหนอนและด้วงกินใบ หากมีจำนวนไม่มากก็ให้ใช้วิธีจับทำลาย แต่ถ้ามีการระบาดมากก็ให้ฉีดพ่นด้วยสารฆ่าแมลงที่ทำจากสมุนไพร หลังการฉีดพ่นสารฆ่าแมลงแล้ว ควรเว้นการเก็บเกี่ยวไปอย่างน้อยประมาณ 10-15 วัน ในแต่ละปีต้องบำรุงต้นให้มีความสมบูรณ์ด้วยการใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 1 ครั้ง และใส่ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ในทุกๆ 3 เดือน การเก็บเกี่ยว ควรใช้มีดหรือกรรไกรที่คมและสะอาดตัดกิ่งอ่อนของชะอมเมื่อต้องการเก็บเกี่ยวผลผลิต เนื่องจากสามารถทำได้ด้วยความสะดวก และไม่ทำให้เกิดรอยแผลบอบช้ำเหมือนกับการเด็ดด้วยมือ ประโยชน์ของชะอม ในยอดอ่อนของชะอมที่มีกลิ่นฉุน จะอุดมไปด้วยคุณค่าของสารอาหารมากมาย ได้แก่ พลังงาน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 ไนอาซิน และวิตามินซี เป็นต้น ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดความร้อนในร่างกาย ช่วยบำรุงสายตาเนื่องจากมีวิตามินเออยู่สูง ส่วนของรากมีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาอาการท้องเฟ้อ รักษาอาการปวดเสียวในท้อง ช่วยขับลมในลำไส้ แก้ลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้ด้วย ส่วนใหญ่จะนิยมรับประทานยอดของชะอมเป็นผักสด หรือนำไปปรุงเป็นอาหารชนิดต่างๆ ชะอมมักแตกยอดได้มากในช่วงฤดูฝน และมีให้รับประทานหรือนำไปจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี ที่มา : https://www.dailynews.co.th/agriculture/656411 , https://bit.ly/2D5Tx1J ,https://bit.ly/2DnfNFb Download WordPress ThemesDownload Premium WordPress Themes FreeDownload WordPress Themes FreePremium WordPress Themes Downloadudemy paid course free downloaddownload intex firmwareDownload Premium WordPress Themes FreeZG93bmxvYWQgbHluZGEgY291cnNlIGZyZWU= ชะอมชะอมไร้หนาม Natthaporn Tanawiboonsawat / About Author เชื่อในพลังของคนธรรมดาที่ทำสิ่งเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก More posts by Natthaporn Tanawiboonsawat