เรื่อง: ชณิฌา บุญแสงสว่างงดงาม June 9, 2019 “หากอยู่ไทยปลอดคนรัก ดูไบมีบ้านพักพร้อมอาหารมื้อเย็น” ทริปท่องเที่ยวดูไบแบบไม่มีแพลุกลน ผู้ใดกันต้องการอ่านเพียงแค่ทริปดูไบ เลื่อนผ่านไปตรงรูปวีซ่าได้เลย แหล่งกำเนิดของการเดินทางไปดูไบคราวนี้ เริ่มขึ้นจากตอนมี.ค.ก่อนหน้านี้ เป็นตอนที่ความนึกคิดในหัวกระผมพันกันราวกับสายไฟเสาไฟริมทางต้นโศก (คนใดกันมิได้อยู่แถวโศกทดลองพิมพ์ในกูเกิ้ลว่า ‘สายไฟเสาไฟ’ เว้นวรรค ‘เมืองไทย’) ผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าอะไรจะช่วยทำให้หลุดพ้นจากความรู้สึกว้าวุ่นนี้ได้ รวมทั้งแล้วแนวทางแก้ปัญหาสไตล์ท่อตรงของผมก็ผุดขึ้นมา (ท่อตรงหมายคือสิ่งใดก็ตามที่ตรงไปตรงมา ขวานผ่าซาก ถูกจุดเกิดเหตุ) “จำต้องเดินทางแล้วล่ะ” กระผมบอกเหตุผลกับตนเองว่า ขั้นต่ำในตอนที่พวกเรากำลังจะเดินทาง จิตใจของพวกเราก็มีจุดหมายปลายทาง ทราบว่าวันนี้จะต้องไปแลกเงินนะ จำต้องจองอพาร์เม้นท์นะ ตั๋วเรือบินเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ความรับผิดชอบพวกนั้นจะช่วยทำให้จิตใจพวกเราสงบขึ้น ส่วนจุดมุ่งหมาย ไม่รู้เรื่องอะไรสั่งให้นิ้วมือของผมพิมพ์หาข้อมูล ‘ประเทศที่ไม่สมควรเดินทางผู้เดียว ลำพัง’ คำตอบที่ได้เป็น ‘อินเดีย’ …ว่าแล้วเชียว ความห้าวหาญในขณะนั้น ผลักผมให้รีบทำวีซ่ารวมทั้งกดจองตั๋วอย่างเร็ว เป็นอันเป็นระเบียบ อีกสามวันถึงเวลาเดินทาง แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นได้ ‘เลิก’ เดินทาง ‘กำเนิดความไม่สงบระหว่างชาติประเทศอินเดียและก็ประเทศปากีสถาน’ ประกาศสั้นๆแต่ว่ากินลึกไปถึงขั้วหัวใจ เป็นอันทิ้งตั๋ว รูปขอวีซ่าประเทศอินเดีย ขอได้ ขอดี แต่ว่ามิได้ไป และก็ความยุ่งวุ่นวายก็กลับมาอีกรอบ เอายังไงดี จิตใจมันเดินทางไปแล้ว จะหยุดก็มิได้ แน่ๆโลกมักเหวี่ยงคนประเภทเดียวกันมาอยู่ใกล้ๆกัน เพื่อนพ้องสาวจากดินแดนไกล ‘ดูไบ’ ดวงใจของคุณก็ว้าวุ่นเหมือนกัน เมื่อความว้าเหว่เป็นขั้วบวกขั้วลบ เราก็เลยมาเจอกันในหน้าแชตไลน์ ‘มาหาเราสิ’ แอมกล่าวเชิญ แอมเป็นเพื่อนตั้งแต่ยุคเรียน นอกเหนือจากเป็นเพื่อนผมแล้วแอมยังเป็นแอร์โฮสเตสเบสอยู่ดูไบอีกด้วย มีบ้านพักฟรีอย่างนี้ไปสิคอยอะไร รวมทั้งแล้วการขอวีซ่าก็เริ่มขึ้น ใช้รูปเดียวกันกับตอนขอไปอินเดียนี่ล่ะ วีซ่าผ่าน ตั๋วพร้อม แพลนลานไม่มี ทำไม่ทัน ช่างเถอะ ไปแล้วโว้ย! 1 เดือนเมษายน เท้าแตะต้องพื้นดูไบ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจจะชินปากเรียกว่าประเทศดูไบ อันที่จริงแล้วจำต้องเรียกว่า ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งดูไบเป็นเมืองหนึ่งในนั้น UAE เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างของผู้คนและก็ทราย วันแรกกระผมมุ่งตรงไปที่ Desert Safari, Dubai พวกเราใช้เวลานั่งรถยนต์ 45 นาทีจากที่พัก โชคร้ายนัก ตอนที่ข้าพระพุทธเจ้ามาเป็นตอนๆรอยต่อระหว่างฤดู ทำให้บางวันมีฝนตก ลมพายุทราย รวมทั้งฟ้าไม่เปิด ผู้ใดกันแน่จะมาก็เช็กสภาพภูมิอากาศกันดีๆสิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดในทะเลทรายเป็น การนั่งรถยนต์ที่ขับเสมือน ‘รีบมากมายเพราะเหตุใดไม่มาตั้งแต่เมื่อวานนี้’ ขอตั้งชื่อไทยให้อย่างนี้เลยละกัน พี่บังจะพาพวกเราขับขึ้นลงเนินทรายในแบบอย่างที่คุณอาจจะรู้สึกว่า สัญญาประกันชีวิตที่ส่งเบี้ยมานับเป็นเวลาหลายปี จะได้ใช้ก็วันนี้ล่ะ การเที่ยวแบบมั่วเริ่มขึ้นแล้ว ผมเปิดมองในไอจี ตามแฮชแท็ก #dubai เห็นภาพที่สะดุดตาอยู่หลายภาพ ปฏิบัติการแคปฯ จอ และก็เห็นผลสรุปในวันที่สองว่าพวกเราจะไป The Dubai Mall กัน บริเวณรอบๆThe Dubai Mall พวกเราจะเจอสถานที่เที่ยวเยอะแยะไม่ว่าจะเป็น Burj Khalifa, Burj Khalifa รวมทั้ง Burj Khalifa จริงจริ๊ง ไม่เชื่อทดลองดูใน #dubai ไม่ว่าคุณจะเดินไปทางไหนคุณก็จะถ่ายติดเจ้าอาคาร Burj Khalifa ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก โดยทั่วไปถ้าเกิดไปดูไบพวกเราก็น่าจะขึ้นอาคาร Burj Khalifa เพื่อดูทิวทัศน์ทิวภาพรอบเมืองจากข้างบนของอาคาร แต่ว่าผมตัดใจไม่ขึ้นเพราะเหตุว่าอากาศไม่เป็นใจ ขึ้นไปก็คงจะมีแม้กระนั้นหมอกฝุ่นละออง ไม่น่ามองเห็นทิวทัศน์เมือง เลยเดินถ่ายภาพเล่นรอบห้าง ได้มุมที่พึงพอใจแล้วพวกเราก็กลับไปรอดูน้ำพุในห้าง น้ำพุจะปกติแพ้อาคาร Burj Khalifa มิได้ เนื่องจากเป็นน้ำพุที่มีความใหญ่ที่สุดในโลก…เอาอีกแล้ว ขนาดใหญ่โดยประมาณ 2 สนามฟุตบอล กูเกิ้ลบอกไว้แบบนั้น นอกจากนี้ขอรวมภาพดูไบให้มองแบบรวบรัด ก็จะมีตึก Burj Al Arab Hotel หรืออาคารเรือใบ, Atlantis The Palm เป็นอพาร์เม้นท์ในแผนการหมู่เกาะต้นปาล์ม จริงๆที่ตรงนี้งามมากมาย หากคนไหนจะไปชี้แนะให้จองกระโดดร่ม skydive จะมองเห็นเกาะต้นปาล์มงามๆกึ่งกลางสมุทร ถึงเวลาท่องเที่ยวแบบมั่วหนักกว่าเดิมแล้ว ภายหลังที่พวกเราท่องเที่ยวโดยสะกดรอยตามแฮชแท็กราษฎรมาแล้ว วันที่สามของการเดินทาง พวกเราทดลองขึ้นรถกระแสไฟฟ้าโดยเริ่มจากสถานี The Dubai Mall ปรากฎว่าไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด แถมหน้าสุดของขบวนยังสามารถดูทิวทัศน์เมืองได้ด้วย แหม แม้กระนั้นฟ้าครึ้มเชียวล่ะ ภายหลังจากลงรถกระแสไฟฟ้าพวกเราก็เดินเท้าตลอดทั้งวัน Old Souk ตลาดขายผ้า ขายเครื่องเทศ, Gold Souk ตลาดขายทองคำ, Dubai Museum ชูให้วันนี้เป็นวันที่การทำตนเป็นนักเดินทางอย่างเต็มรูปแบบ แล้วก็เป็นวันฟรี เดินถ่ายภาพคนท้องถิ่น แต่ว่าพอเพียงเช็กรูปแล้วพึ่งรู้สึกตัวว่าไม่ได้มีการถ่ายอะไรมาเลยนอกเหนือจากคน…ขออภัยจากดวงใจ เดินหน้าไปสู่เมืองหลวงอาบูดาบี เผลอหลับตอนอยู่บนรถยนต์ ตื่นมาอีกครั้งก็ถึงอาบูดาบีเป็นที่เป็นระเบียบ ลืมตามาปุบปับ ภาพแรกที่มองเห็นเป็นภาพนี้ อ่อ นี่บ้านผมเอง แม่บ้านเขาลืม เปิดน้ำทิ้งเอาไว้แป๊บท่วมบ้านเลย… เพื่อนฝูงรีบหันมากล่าวว่า นี่เป็น Louvre Abu Dhabi เพื่อนฝูงมิได้อ่านออกเสียงให้ฟังแต่ว่าสหายพิมพ์ให้อ่าน ถึงในช่วงเวลานี้ คงจะมีคนอีกหลายๆคนพากเพียรทำปากออกเสียงอยู่ ให้อ่านว่า ‘ลูฟวร์’ ตรงนี้เป็นพิพิธภัณฑสถานสาขาย่อยของพิพิธภัณฑสถานลูฟวร์นอกกรุงปารีส ซึ่งข้างในได้ใส่คอลเลกชั่นศิลป์ชิ้นสำคัญของโลกไว้เยอะๆ องค์ประกอบทั้งปวงใช้เวลาสร้างกว่าสิบปี ตั้งแต่ปี 2007 ก่อนปลดปล่อยให้น้ำทะเลเข้ามารอบๆรอบๆพื้นที่จนถึงเหมือนกับเป็นนครกึ่งกลางสมุทร (ก๊อปมาจากกูเกิ้ลทั้งสิ้นโน่นเลย) โอ้โห นี่มันไม่ธรรมดาอีกแล้ว UAE เมืองที่ความตระการตา จริงๆประเทศเขายังแพ้บ้านพวกเราอยู่ตรงที่ยังไม่พบพวกกระทะที่ใหญ่ที่สุด ไข่เจียวที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวที่สุด อะไรแนวๆนี้จำเป็นต้องชูให้ไทยพวกเรา ภายในจะมีความคิดเห็นว่าโดมสีเทาถูกวางแบบเป็นทรงเรขาคณิตซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมตะวันออกกลาง เมื่อแสงสว่างธรรมชาติส่องลงมาจะมีผลให้กำเนิดช่องแสงสว่างเป็นจำนวนมากเหมือนกับอยู่ใต้ร่มเงาอันซับซ้อนของต้นปาล์มซึ่งเป็นเครื่องหมายของ UAE นั่นเอง ถึงเวลาละสายตาจากพิพิธภัณฑสถานลูฟวร์ แล้วจัดแจงสายตาให้พร้อมกับสุเหร่า Sheikh Zayed ก่อนที่จะเข้าไปภายในสุเหร่าเราจำเป็นต้องใส่ผ้าสำหรับคลุมปิดทุกส่วนของร่างกาย โผล่ออกมาได้เฉพาะบริเวณใบหน้าเพียงแค่นั้น เสนอแนะให้แต่งตัวเป็นระเบียบเรียบร้อยตั้งแต่ออกมาจากบ้าน หากคุณไม่ได้อยากใช้ผ้าที่มีไว้สำหรับคลุมต่อจากผู้อื่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาไม่ต่ำยิ่งกว่าพันมือ สุเหร่าที่นี้เป็นสุเหร่าที่ใหญ่เป็นชั้น 4 ของโลก สามารถจุผู้ละหมาดเฉพาะข้างในตัวสุเหร่าได้ถึงเจ็ดพันคน ตอนที่ผมไป นักเดินทางแน่นทุกตารางนิ้ว การถ่ายรูปมุมกว้างก็เลยเกิดเรื่องที่สลดมากมาย ลืมบอกไป ข้างหลังบ้านพักของข้าพระพุทธเจ้ามีสถานที่เที่ยวชื่อว่า Global Village ตรงนี้จะรวมสถานที่เลียนแบบของแต่ละประเทศเอาไว้ ผู้ใดกันแน่มาก็ไม่สมควรพลาด ถ้าหากไปและเอารูปมาฝากด้วย เพราะว่ากระผมมิได้ไป เพียงแค่ขับขี่รถผ่านมองเห็นคนยุบยิบๆราวกับโทรทัศน์หน้าจอซ่าและขอบายดีมากยิ่งกว่า สรุปว่า ได้แอบซูมดูคุณไกลๆอยู่เพียงแค่มุมนี้ก็พอแล้ว ทั้งเพื่อนแล้วก็ผมไม่มีแรงเกินกว่าจะออกไปไหน พวกเรานั่งมองหน้ากัน ก่อนที่จะแอมจะกล่าวขึ้นมาว่า “เพื่อนพ้องมาพวกเราดีอกดีใจ เพื่อนฝูงไปคนไหนกันแน่เก็บห้อง” กระผมตอบกลับด้วยความเหน็ดเหนื่อย “ถ้าหากอยู่ไทยปลอดคนรัก ดูไบมีบ้านพักพร้อมข้าวเย็น” เวลากลางคืนนั้นจบลงที่พวกเราสองคนแต่งตัวเอาอย่าง YOUNGOHM Tags: india , journey , Dubai , UAE , ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ , Desert Safari , Burj Khalifa , Atlantis The Palm , Burj Al Arab Hotel , The Dubai Mall , Old Souk , Gold Souk , Dubai Museum , Louvre Abu Dhabi , Sheikh Zayed , Global Village Author ชณิฌา บุญแสงสว่างประณีตและวิจิตรบรรจง มนุษยสัมพันธ์ดีงาม ปัจจุบันนี้เลี้ยงชีพนานัปการ Actor /Singer /DJ /Photographer etc. เขาเรียกตัวเองแบบรวบรัดว่า Artist