เรื่อง: บุญญาความสนุกสนาน กาญกระทั่งธุระ January 17, 2019 ทำ-ลาย(ไทย) : ลายไทยสมัยไม่ลเลนเนียลส์ที่พิสูจน์ว่าลายไทยก็บันเทิงใจได้ Highlights ทำ-ลาย(ไทย) เป็นนิทรรศการแสดงผลลัพธ์การงานวาดลายไทยในแบบของ กช–กชวัช บูรณยิ่งขึ้นไป ที่ดึงเอาองค์ประกอบลายไทยมาใส่สารพัดสารพันสัตว์ใบหน้ากวนตีนลงไปด้านใน แม้ว่าจะมองเป็นงานลายเส้นกล้วยๆให้ความรู้ความเข้าใจสึกสนุก แม้กระนั้นนักแสดงจำต้องเรียนรู้แล้วก็วาดลายไทยอย่างเอาจริงเอาจังก่อนจะปรับใช้มาเป็นลักษณะของตนเอง โดยศึกษาเล่าเรียนทั้งยังจากการดูภาพวาดแล้วก็ลงพื้นแท้จริงตามวัดต่างๆกดูองว่าการจับเอาลายไทยมาเล่นนั้นไม่ใช่เรื่องไม่ถูก แม้กระนั้นเป็นการสืบต่อศิลป์ไทยให้มีชีวิตอยู่ถัดไปในบริบทเดี๋ยวนี้ เมื่อมองดูในระยะที่ห่างจากรูปมาสักนิดสักหน่อย รูปภาพที่มองเห็นเป็นลายไทยอย่างแน่นอน แม้กระนั้นเมื่อไรที่ก้าวเท้าพาตนเองไปใคร่ครวญผลงานใกล้ๆก็ทำให้หลายท่านจำเป็นต้องยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะเหตุว่าลายไทยที่มองเห็นเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการต่อตัวของสารพัดสารพันสัตว์ในลายเส้นสุดกวน ไม่ใช่ลายไทยแบบเริ่มแรกอย่างที่พวกเรารู้จักกัน ซึ่งสัตว์แต่ละตัวมีลักษณะท่าทางแล้วก็สีสันที่แทบจะไม่ซ้ำกัน พอเพียงพวกเราไล่ดูดีๆก็มองเห็นเนื้อหาสนุกสนานๆรวมทั้งความทะเล้นที่หลบไว้ ได้แก่ เจ้าสุนัขที่เนียนมาอยู่ในฝูงแมว หรือควายสองตัวที่ไม่น่าจะขี่หลังกันเฉยๆแมวฬราชสีห์ ภาพวาดบริเวณใบหน้าของตัวราชสีห์ที่เกิดขึ้นมาจากแมวสารพันสีหลายสิบตัวในหลากท่าทาง คันเหล่าสุนัข ภาพวาดคันเหล่า องค์ประกอบของสถาปัตยกรรมไทยที่ดูดีๆแล้วเป็นเหล่าเจ้าตูบยืดตัวต่อตัวกันจนกระทั่งเป็นตัวเป็นตน ใบเสมา ภาพวาดใบเสมาที่เนื้อหาลวดลายต่างๆเป็นฝูงม้าเค้าหน้าเร่อร่าส่งยิ้มมาทัก อีกทั้งสามภาพได้ผลงานส่วนใดส่วนหนึ่งของ กช–กชวัช บูรณยิ่ง คนเขียนแบบชายหนุ่มที่ลาออกจากการทำงานที่ทำงาน และก็ผันตัวมาเป็นนักแสดงที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ กชย้อนความให้พวกเราฟังว่า “ตอนปี 3 นั่งเรียนวิชาสถาปัตยกรรมไทยพื้นฐาน ซึ่งเป็นวิชาบังคับ คุณครูสอนวาดลายสุวรรณ พวกเราเบื่อๆเลยวาดภาพเล่นออกมาเป็นทองสุนัข สุวรรณแมว เริ่มมาจากพวกเล็กๆก่อนและก็รู้สึกสนุกสนาน วาดมาเรื่อยพอเพียงปิดภาคเรียนมีเวลาว่างมากมาย ก็เอาโปรเจกต์เรียนของเพื่อนพ้องสาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทยมาดราฟต์ไฟแล้ววาดเล่น แม้กระนั้นพอเพียงมีความคิดจะวาดเอง ก็พบว่าพวกเราวาดเองตั้งแต่ทีแรกมิได้ เลยต้องการเรียนให้เอาจริงเอาจังขึ้น” นับเป็นโชคดีของกชที่เมื่อเขาตกลงใจจะศึกษางานไทยอย่างเอาจริงเอาจังก็ได้ความช่วยเหลือจากคุณครูสาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทยให้ได้เข้าถึงงานกลุ่มนี้ โดยคิดว่าสิ่งที่เขาทำจะช่วยต่อชีวิต ทำให้คนหันมาพอใจงานไทยเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ยังมีสหายๆรุ่นพี่รุ่นน้องสาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทยที่ร่วมเดินทางไปศึกษางานตามวัดวาอารามอีกทั้งในจ.กรุงเทพฯ รวมทั้งบ้านนอกร่วมกัน “ปัจจุบันเข้าฝึกหัดศิลป์ไทยโบราณช่างสิบกลุ่ม วิชาประติมากรรมไทย ที่เป็นหลักสูตรสั้นๆก็รู้สึกรู้เรื่องฟอร์มมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ มองเห็นสามมิติมากเพิ่มขึ้นว่าลายมันเป็นอย่างไร” สำหรับในการวาดผลงานแต่ละชิ้น กชจะเริ่มจากการเลือกวัตถุที่ปรารถนาวาดในงานไทยก่อน ยกตัวอย่างเช่น บานประตู แล้ววาดส่วนประกอบของลวดลายไทยเริ่มแรก ก่อนที่จะวาดสัตว์ลงไปโดยจับบิดไปตามลวดลาย ส่วนสีสันในขั้นแรกกชเล่าว่าเขาระบายตามใจ แต่ว่าภายหลังที่ศึกษางานไทยเพิ่มมากขึ้นก็เริ่มซับชุดสีที่เจอในงานไทยและก็มีวิธีการสำหรับเพื่อการเลือกสีมากขึ้น แล้วแนวทางสำหรับเพื่อการเลือกสัตว์ให้กับงานแต่ละชิ้นเป็นยังไง พวกเราสงสัย “สาเหตุของสัตว์ในเชิงสิ่งที่เป็นนามธรรมไม่มีเลย ตามใจตนเอง บางครั้งบางคราวมาในเชิงการเล่นคำ เป็นต้นว่า ใบเสมาก็วาดม้าเนื่องจากว่าคำใกล้กัน หรืออย่างลายก้านขด เลือกวาดเนื่องจากมีความคิดว่าฟอร์มรวมมันงาม พวกเราก็มองว่าลายตัวนี้มีโครงอย่างไร แล้วมีความคิดว่าจากรูปร่างลายน่าจะเป็นหงส์ แต่ละงานที่มาจะแตกต่าง หรือครั้งคราวก็ไม่มีประโยชน์ มีงานที่เป็นฐานพระ พวกเราวาดนกเนื่องจากว่ารู้สึกว่านกมันบินเลยเป็นสัตว์สูง คงจะไม่บาปมากมาย” เขาหัวเราะ ก่อนหน้าที่ผ่านมากชมักจะโพสต์งานวาดลายไทยในแบบของเขาในเครือข่ายสังคม นิทรรศการ ทำ-ลาย(ไทย) ที่จัดขึ้นบนพื้นที่ชั้นสองของร้านค้า Dialogue Coffee and Gallery ก็เลยเป็นการแสดงงานคราวแรกของเขา โดยมีทั้งยังงานเก่าไปจนกระทั่งงานใหม่ในโปรเจกต์พิเศษที่สร้างขึ้นมาเพื่อนิทรรศการนี้โดยยิ่งไปกว่านั้น โน่นเป็นการเดินทางไปจ.พระนครศรีอยุธยารวมทั้งตามเก็บภาพวัดต่างๆดังเช่น วัดพนัญเชิง, วัดราชซ่อมแซม, วัดเชิงท่า แล้วนำกลับมาวาดเพิ่มเติมส่วนที่พังหรือสึกให้บริบูรณ์ด้วยลายเส้นของเขา ซึ่งภาพชุดนี้จะมิได้เป็นสารพันสัตว์ แต่ว่าเป็นตัวละครที่กชวาดเล่นอยู่เป็นประจำในอิริยาบถต่างๆที่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะเล้นไม่ได้แตกต่างจากตอนวาดสัตว์ ฐานอุโบสถวัดพนัญเชิง, อยุธยา หน้าบันวัดราชซ่อมแซม, อยุธยา ฐานเจดีย์วัดเชิงท่า, จังหวัดอยุธยา พวกเราถามคำถามว่า การที่เขาถือคำว่า ‘ทำ-ลาย’ มาเล่นนั้นมีความนัยอะไร หรือเขาจะคิดว่างานของตนเองเป็นการทำลายงานไทยให้เสียหาย กชสั่นหัว “จริงๆชื่อของงานมันเริ่มมาจากคำว่า timeline เนื่องจากว่างานชุดที่ถ่ายรูปวัดนี้มันบอกให้เห็นถึงศิลป์สถาปัตยกรรมโบราณที่ผ่านระยะเวลาเข้ามา แล้วพวกเราเพิ่มเติมงานสมัยใหม่เข้าไป ซึ่งบังเอิญพ้องกับคำว่าทำลายพอดิบพอดี คือการทำลายกรอบเดิมๆหรือทำลวดลายไทยแบบใหม่ขึ้นมา” เขาชี้แจง “พวกเราคิดว่างานไทยเป็นสิ่งด้ามจับจำต้องได้ เพราะว่าระลึกถึงคำว่า ‘สืบต่อ’ หรือสืบต่อวัฒนธรรมไทยที่กล่าวกันเป็นประจำพอเพียงแยกออกมาเป็น สืบ กับ สาน การสืบมันเป็นการรีเสิร์ช สิ่งที่พวกเราทำน่าจะเป็นส่วนของการถัก ถ้าเกิดเขาใช้คำว่าสืบต่อได้ อะไรๆมันก็สัมผัสได้ทั้งหมด สืบต่อเพื่อไม่ให้มันอยู่ที่เดิม พวกเราก็มิได้เป็นคนแรก เขาทำกันมาตั้งแต่ยุคเก่า เปลี่ยนมาเรื่อย” แม้ผู้ใดกันแน่ไปนิทรรศการ บางทีอาจได้ได้ผลงานทองแมวในแบบสามมิติ ที่กชร่วมมือกับผู้ส่งเสริม Yer space ที่มาช่วยปั้นเหล่าน้องแมวให้เป็นตัวเป็นตน แม้กระนั้นข้างหลังจบนิทรรศการ กชตั้งมั่นจะหันมาปั้นงานด้วยตัวเอง เพื่อต่อยอดปรับปรุงลวดลายไทยในแบบของเขาให้ออกมาเป็นสามมิติเพิ่มมากขึ้น ไม่แน่ว่า วันหนึ่งพวกเราบางทีอาจได้มองเห็นคันหมู่หมากำลังปฏิบัติหน้าที่ค้ำจนถึงชายคาอยู่จริงๆก็ได้ ติดตามการเคลื่อนไหวของกชพอดี Instagram | kotch.bu Facebook | kotch.bu Tags: ลายไทย , Thai Traditional Art , ทำ-ลาย(ไทย) , TIME-LINE solo art exhibition , กชวัช บูรณยิ่ง , ทองสุนัข , ทองคำแมว Author บุญญาความสำราญ กาญกระทั่งธุระ ถูกใจอ่าน ถูกใจวาด ถูกใจเขียน รวมทั้งถูกใจเดินทาง ตั้งมั่นจะทำสิ่งที่ถูกใจไปเรื่อยจนกระทั่งจะเชี่ยวชาญ Photographer ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ คนถ่ายภาพวารสาร a day ที่เพิ่งจะมีพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มใหม่ชื่อ view • finder ออกไปพบบอลตำหนิก ซื้อสิ ไปซื้อ เฮ่!