นกแสก มีลักษณะใบหน้าเป็นรูปหัวใจ ตาใหญ่ ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของหัว คอสั้น ปีกยาว หางค่อนข้างสั้น ขาและนิ้วแข็งแรง มีขนปกคลุมแข้งเกือบถึงนิ้ว ปลายนิ้วเป็นกรงเล็บ โดยกรงเล็บของนิ้วที่ 3 มีลักษณะหยักคล้ายซี่หวีทางด้านขอบด้านใน ทั้ง 2 เพศมีลักษณะเหมือนกัน แต่เพศเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย สีทางด้านล่างลำตัวและใต้ปีกเป็นสีน้ำตาลอ่อนเกือบเป็นสีขาว มีจุดลักษณะกลมรีสีน้ำตาล หรือสีเทากระจายอยู่ทั่วไป ทางด้านบนลำตัวและขนปกคลุมปีกสีเหลืองทอง มีจุดสีน้ำตาลเข้มกระจายอยู่ทั่วไปเช่นเดียวกัน บริเวณใบหน้ามีสีขาว ไม่มีจุดใด ๆ มีขนสีน้ำตาลเข้มเป็นขอบอยู่รอบนอก ม่านตาสีดำ ใบหน้าเป็นสีขาว ปากเรียว แหลม และจะงอยปากเป็นปากขอ ขนาดโตเต็มที่สูงประมาณ 1 ฟุต เมื่อพูดถึงนกแสกคนส่วนใหญ่ที่รู้จักจะมีความอคติกับนกชนิดนี้ และมีภาพลักษณ์ไปในทางลบเสมอ เพราะถ้าเห็นหรือได้ยินเสียงร้องแหลมๆที่เกาะหรือบินผ่านหรือร้องดังมาจากหลังคาบ้านเรือนของใครแล้วนั้น โดยเฉพาะกลางคืนที่ชวนให้คิดไปได้ต่างๆ นานา และมีความเชื่อว่าต่อมาอีกไม่นานคนในบ้านนั้นจะต้องมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น จึงทำให้มีส่งความคิดนี้ต่อๆกันไปจากรุ่นสู่รุ่นว่าเป็นนกผี นกอัปมงคลหรือนกแห่งความตายบ้าง ไม่สมควรให้อยู่ใกล้บ้านบ้าง โดยหารู้ไม่ว่านกตัวที่มาเกาะหลังคาบ้านนั้นมันมารอที่จะจับหนูเป็นอาหาร และเสียงที่ร้องออกมานั้นเป็นการเรียกคู่หรือเสียงเรียกลูกให้มากินอาหารที่แม่นกจับมาได้เท่านั้น เพราะอาหารโปรดที่แสนอร่อยของมันก็คือหนูทุกชนิด และไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับมนุษย์ และยังเป็นมิตรที่ช่วยกำจัดหนูทั้งที่บ้านอยู่อาศัยและไร่นาของเกษตรกร นกแสก มีชื่อเรียกตามภาษาอังกฤษว่า Barn Owl (Tyto akba) โดยคำว่า “Barn” มีความหมายว่า ยุ้ง ฉาง ส่วนคำว่า “Owl” คือกลุ่มนกฮูก นกเค้า และนกแสก แสดงว่าชอบอาศัยอยู่ตามยุ้งฉาง รวมไปถึงวัด โรงนา หรือในที่รกร้างต่าง ๆ ชื่อเรียกมีตั้งแต่ ‘นกแสก’ หรือ ‘นกแฝก’ หรือ ‘นกเค้าหน้าลิง’ นกแสก หากพบว่า นกแสก เข้ามาอาศัยใกล้มนุษย์แสดงว่ามีแหล่งอาหารของ นกแสก ซึ่งอาหารของ นกแสก ก็คือ หนู และแมลงกลางคืน นกแสกเป็นนกที่น่ารักมาก ในต่างประเทศเลี้ยงเป็นนกสวยงาม มีลักษณะหัวใหญ่ ใบหน้าเป็นรูปหัวใจ ขนที่ใบหน้ามีสีขาว ตามีขนาดใหญ่ มีสันจมูก จะงอยปากแหลม ขนที่ลำตัวและหน้าอกมีสีขาว ขนที่ปีกมีสีเหลืองอมน้ำตาล มีจุดประสีเทาดำ ปีกสองข้างเมื่อกางได้ยาว ประมาณ 80 ซม. เป็นนกล่าเหยื่อที่หากินในเวลากลางคืน จัดอยู่ในอันดับ Strigiformes วงศ์ Tytonidae ซึ่งเป็นวงศ์ของนกเค้า มีลักษณะเด่นคือใบหน้ารูปหัวใจสีขาว มองดูคล้ายหน้าลิง บางประเทศจึงเรียกว่า นกเค้าหน้าลิง (monkey faced owl) ลักษณะพิเศษคือการที่นกแสกนั้นบินได้อย่างเงียบเชียบ ขามีขนาดใหญ่ ยาว มีเล็บโค้งงอเป็นเขี้ยว ปลายเล็บแหลมคม(สำหรับจับเหยื่อ) เป็นนกในตระกูลเดียวกับนกฮูก นกเค้าแมว ทั้งยังเป็นนกประจำถิ่นของไทย มีอยู่ทั่วทุกภาคของไทย เป็นนกกลางคืน อาศัยอยู่ใกล้ชุมชน ทำรังเองไม่เป็น ต้องอาศัยโพรงไม้หรือช่อง ซอกหลังคาบ้านเรือนที่ร้างหรืออาคารต่างๆ เป็นที่วางไข่ กินหนูเป็นอาหาร มีพฤติกรรมล่าเหยื่อในที่โล่ง เพราะสามารถมองเห็นเหยื่อได้ชัดเจนในเวลากลางคืน เช่น ทุ่งหญ้า ท้องนา ชายป่าหรือในสวนปาล์มน้ำมัน นกแสกเป็นนกประเภทเดียวกับนกฮูก นกเค้า ที่มีนิสัยกลืนกินเหยื่อที่จับได้ทั้งตัว ถ้าเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ ก็จะฉีกออกเป็นชิ้นแล้วกลืนกินโดยไม่แยกกระดูกหรือขนออกมา แตกต่างจากนกเหยี่ยวหรือนกอินทรีที่จะฉีกเหยื่อกินเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อ ส่วนต่างๆ ของเหยื่อที่เป็นกระดูกหรือขนที่ไม่ได้ถูกส่งผ่านไปตามท่อของระบบย่อยอาหาร ที่จะขับถ่ายเป็นมูลออกมา จะถูกรวมเป็นก้อนเก็บไว้ภายในกระเพาะ รอเวลาสำรอกออกมาทางปาก ตามโพรงหรือหลังคาโบสถ์ที่นกแสกเข้าไปอาศัยจึงมีเศษซากของเหยื่อให้เห็นเกลื่อนบริเวณ เมื่อพบเห็นก็ทราบได้ทันทีว่ามีนกประเภทนี้อาศัยอยู่และรู้ว่านกกินอะไรเป็นอาหาร ตามปรกติแล้วนกแสกจะอยู่กันเป็นคู่ หรือครอบครัว ไม่ชอบรวมฝูงใหญ่ๆ ชอบอาศัยอยู่ตามวัด หรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีคนรบกวน ทุกวันนี้จำนวนประชากรนกแสกลดลงจากสาเหตุสำคัญคือถูกล่าหรือขับไล่ออกจากโพรงที่อยู่อาศัย เพราะคนกลัวว่านกแสกเป็นนกผีที่จะนำสิ่งชั่วร้ายมาให้ เป็นลางบอกเหตุความตาย ที่พักพิงของนกแสกจึงเหลือเพียงซอกหรือโพรงใต้หลังคาโบสถ์ในวัดเก่าๆ หรือวัดเล็กๆ ตามต่างจังหวัด หากเป็นวัดใหญ่หรือวัดที่มีชื่อเสียงจะไม่ค่อยพบนกแสก เนื่องจากถูกกล่าวโทษว่าเป็นตัวการสร้างความปกสรก ขณะที่โรงนาเก่าๆ บ้านร้าง ต้นไม้ใหญ่ที่มีโพรงพอจะเป็นที่ทำรังก็มีจำนวนลดลง นอกจากนี้สาเหตุสำคัญอีกประการที่มีผลต่อความอยู่รอดและจำนวนนกแสกคือการใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดศัตรูพืช เมื่อมีการใช้สารเคมีแพร่หลาย สารเคมีจะเข้าไปสะสมในสัตว์กินพืชเช่นหนู เมื่อนกแสกกินหนูก็รับสารเคมีจากหนูเข้าไปสะสมในร่างกาย ถ้าสะสมถึงระดับอันตราย นอกจากตายแล้วยังมีผลต่อการสืบพันธุ์ของนกแสก ทำให้เปลือกไข่บาง เมื่อแม่นกหย่อนตัวลงฟักก็ทำให้ไข่แตก บางครั้งทำให้เป็นหมัน ไข่ไม่ฟักออกเป็นตัว นกแสกมีพฤติกรรมการดำรงชีวิตเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกับสัตว์ชนิดอื่น เมื่อข้าวในนาออกรวง ถ้ามีนกแสกชาวนาก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมีนักล่าตัวฉกาจอย่างนกแสกคอยตามจับหนูนา ลำพังการใช้ยาฆ่าแมลง ยาเบื่อหนู ก็ทำให้สัตว์ปีกผู้อาภัพถูกทำร้ายมากพอแล้ว อย่าปล่อยให้ความเชื่อแบบผิดๆ ว่านกแสกเป็นนกผีทำให้ประชากรนกแสกน้อยลงกว่านี้เลย เพราะนกแสก 1 ตัวจะกินหนูเป็นอาหาร เฉลี่ยแล้ววันละ 1-2 ตัวโดยการใช้กรงเล็บที่แข็งแรงและแหลมคมจับเหยื่อแล้วกลืนทันที (จะไม่จิกและฉีกหนูเป็นชิ้นๆ เหมือนเหยี่ยว ยกเว้นลูกนกแสกที่ยังกลืนหนูทั้งตัวไม่ได้แม่จะฉีกให้กิน) ชิ้นส่วนของเหยื่อที่ย่อยไม่ได้ เช่น กระดูก ขน จะถูกหยอกออกมาทางปากเสียก่อนซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนกลมสีดำๆ จากนั้นจึงจะกินเหยื่อครั้งต่อไปได้ ดังนั้นถ้ามีนกแสก 1 ตัวในสวนปาล์มน้ำมัน ก็สามารถกินหนูได้ประมาณ 350-700 ตัวต่อปี ซึ่งเป็นการคุ้มค่ามากถ้าหากได้ร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์หรือจะเลี้ยงนกแสกไว้เป็นผู้ช่วยเกษตรกรไว้ควบคุมหนู โดยเฉพาะในสวนปาล์มหรือนาข้าว ซึ่งนกแสกที่อยู่ในธรรมชาติจะมีช่วงผสมพันธุ์ วางไข่และเลี้ยงลูกประมาณเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ โดยจะเลี้ยงลูก 2 ครอกติดต่อกัน (วางไข่ 2 ครั้ง/ปี) วางไข่จำนวนไข่ 5-7 ฟองต่อครั้ง สูงสุด 15 ฟอง ตัวเมียจะทำหน้าที่ฟักไข่ ประมาณ 30 วันส่วนตัวผู้ทำหน้าที่ ออกหาอาหาร ใช้เวลาฟักไข่ 18 ชม.ต่อวัน ลูกนกที่ฟักออกมาในระยะแรกจะไม่มีขนพ่อแม่นกจะช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด พ่อนกจะออกล่าเหยื่อมาป้อนให้แม่และลูกนกทุกวัน พอลูกนกอายุได้ประมาณ 7-8 สัปดาห์เริ่มฝึกล่าเหยื่อ (หนูเป็นๆ) จนชำนาญแล้วแยกจากพ่อแม่ไปหากินตามธรรมชาติต่อไป หนูที่นกแสกกินนั้นจะต้องเป็นหนูที่ไม่ได้กินยาเบื่อมาก่อนเพราะถ้ากินหนูที่มียาเบื่ออยู่ในท้องเข้าไปแล้ว นกก็จะตายด้วยยาเบื่อชนิดนั้นด้วย ฉะนั้นถ้าหากเกษตรกรจะเลี้ยงหรือใช้ประโยชน์จากนกแสกในธรรมชาติเพื่อควบคุมหนูนั้น จะต้องงดใช้ยาเบื่อหนูทุกชนิดในแปลงด้วย จะเห็นได้ว่านกแสกมีบทบาทสำคัญมากในระบบนิเวศมากมาย ดังนี้ 1. ช่วยควบคุมประชากรหนู 2. ลดความสูญเสียและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร 3. ลดการใช้สารเคมีกำจัดหนู 4. ลดต้นทุนการผลิต 5. ลดพาหะนำโรคสัตว์สู่คน 6. ลดมลพิษในสภาพแวดล้อม หนูเป็นศัตรูพืชที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากที่สุดต่อผลผลิตปาล์มสด การแก้ไขปัญหาของเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีกำจัดหนูอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ไม่สามารถลดความเสียหายต่อผลผลิต กลับมีต้นทุนสูงทั้งจากราคาสารเคมีและค่าดำเนินการ อีกทั้งยังทำลายศัตรูธรรมชาติของหนู ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ สารเคมีตกค้างปนเปื้อนในดินและน้ำ เป็นลูกโซ่กระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ฉะนั้น การใช้นกแสกในการควบคุมประชากรหนูในสวนปาล์มน้ำมัน จึงเป็นการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีที่มีความปลอดภัยและยั่งยืน แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังติดภาพลักษณ์ว่านกแสกเป็นนกอัปมงคล เป็นนกแห่งความตาย ดังนั้น จำเป็นต้องแก้ทัศนคติในทางลบนั้นให้ได้เสียก่อน เพราะนกแสกถือเป็นสัตว์ที่มีคุณประโยชน์ต่อชาวสวนปาล์มน้ำมันอย่างมาก ซึ่งกลุ่มส่งเสริมการวินิจฉัยศัตรูพืช กำลังจะจัดประชุมราชการเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบงานอารักขาพืชในพื้นที่ภาคใต้ ให้มีความรู้ความเข้าใจ เพื่อนำไปถ่ายทอดส่งต่อความรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของนกแสก นำไปสู่การอนุรักษ์และมีการใช้ประโยชน์นกแสกได้อย่างกว้างขวางต่อไป กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะนักส่งเสริมการเกษตร จึงมุ่งให้ความรู้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้เห็นคุณค่าของนกแสกด้วยข้อมูลวิชาการที่ถูกต้อง เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และทัศนคติของนกแสกให้เป็นมิตรที่สำคัญของเกษตรกรโดยการส่งเสริมการอนุรักษ์และหรือการเลี้ยงนกแสกไว้ในเรือกสวนไร่นาของเกษตรกรได้อย่างถูกวิธี จึงจะนับว่าเป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติตัวนี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนและคุ้มค่ามากที่สุดและได้ดำเนินงานโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมการจัดการศัตรูพืชตระกูลปาล์ม (มะพร้าว และปาล์มน้ำมัน) ดำเนินการใน 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีการจัดทำแปลงสาธิตการจัดการศัตรูพืชตระกูลปาล์มโดยวิธีผสมผสาน จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืช พบว่า หนูเป็นศัตรูพืชที่สำคัญชนิดหนึ่งในสวนปาล์มน้ำมัน โดยจะเข้าทำลายต้นที่ปลูกใหม่และผลผลิต การใช้นกแสกเป็นวิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมหนูในสวนปาล์ม ช่วยลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตและยังเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติให้เกิดความสมดุล กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยพิจารณาแล้ว กิจกรรมดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรตามโครงการและเกษตรกรผู้สนใจรายอื่น ๆ จึงได้ประสานและขอสนับสนุนนกแสกจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานวิจัยเรื่องการใช้นกแสกควบคุมหนูในสวนปาล์มน้ำมันและประสบความสำเร็จในจังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาแล้ว ให้แก่จังหวัดกระบี่ เพื่อนำไปใช้ในแปลงสาธิตการจัดการศัตรูพืชตระกูลปาล์มโดยวิธีผสมผสาน คุณระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ประมาณ 1,087,500 ไร่ พื้นที่ให้ผล 965,112 ไร่ ผลผลิต ประมาณ 2,675,684 ตัน ต่อปี (ข้อมูล : ส.ค. 2560) ซึ่งปัญหาสำคัญของการทำสวนปาล์ม คือหนูทำลายต้นปาล์มที่ปลูกใหม่และผลผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ จึงได้ดำเนินการจัดทำแปลงสาธิตการเลี้ยงนกแสกเพื่อควบคุมกำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมัน 2 จุด และนาข้าว 1 จุด ซึ่งการใช้นกแสกกำจัดหนูเป็นวิธีการกำจัดหนูด้วยวิธีธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมี และยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยได้มอบหมายให้กลุ่มอารักขาพืช คัดเลือกสถานที่ที่จะทำเป็นแปลงสาธิตการเลี้ยงนกแสก เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรทั่วไป จำนวนทั้งสิ้น 3 จุด คือ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เจ้าของศูนย์เรียนรู้ คุณพันศักดิ์ จิตรรัตน์ บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ที่ 5 ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ เจ้าของศูนย์เรียนรู้ คุณสมหวิง หนูศิริ บ้านเลขที่ 261 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งไทรทอง อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ คุณประวัติ คลองรั้ว ประธานกลุ่มชาวนาตำบลคลองประสงค์ หมู่ที่ 1 ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ (นาแปลงใหญ่) มีสมาชิกกลุ่ม 50 ราย พื้นที่ปลูกข้าว 300 กว่าไร่ เป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร การผลิตปุ๋ยหมัก การทำเกษตรผสมผสาน ให้กับชาวบ้านในชุมชนและนักท่องเที่ยวอีกด้วย ท่านที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ โทร. (075) 611-649 ที่มา : http://www.naewna.com/local/347639http://www.naewna.com/local/3476 , https://bit.ly/2QjJxJf , http://www.naewna.com/local/347639http://www.naewna.com/local/3476 https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_62009 Download Nulled WordPress ThemesDownload Nulled WordPress ThemesDownload Premium WordPress Themes FreePremium WordPress Themes Downloadfree online coursedownload xiomi firmwareDownload Premium WordPress Themes FreeZG93bmxvYWQgbHluZGEgY291cnNlIGZyZWU= นกแสกปาล์ม Natthaporn Tanawiboonsawat / About Author เชื่อในพลังของคนธรรมดาที่ทำสิ่งเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก More posts by Natthaporn Tanawiboonsawat