คุณโสภณวิชญ์ แซ่ลิ้ม ปลูกต้นหอมในเนื้อที่ 1 ไร่ ใช้ระยะเวลา เพาะปลูก 40-45 วัน ก็สามารถเก็บและนำไปขายได้หลายบาท ที่แน่ ๆ ต้นหอมปลูกได้ตลอดปี สำหรับต้นหอมนั้นที่ ประเทศไทยจะมีพันธุ์ลับแลและพันธุ์อุตรดิตถ์ แต่ที่เราจะพูดถึงคือ หอมแบ่ง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง โดยเฉพาะพันธุ์ที่มาจากประเทศไต้หวัน เกษตรกรนิยมปลูกมากเพราะแตกกอดี ส่วนสภาพดินนั้น สามารถปลูกได้ทุกประเภท แต่ถ้าเป็นดินร่วนจะดีมาก ขั้นตอนการเพาะปลูกต้นหอม เลือกพันธุ์หอมแบ่ง ที่ให้ผลผลิตสูง เช่นพันธุ์ไต้หวัน เมื่อเลือกได้แล้วนำมาตัดรากเก่าและตรงหัวทิ้งจากนั้นเอาผ้าเปียกมาปิดคุมไว้ให้ชื้น ทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง การเตรียมดิน เนื่องจากต้นหอมหรือหอมแบ่งเป็นพืชที่มีรากตื้น การขุดไถ่พรวนดินควรลึกประมาณ 15-20 ซม. ตากดินไว้ 5-7 วัน จากนั้นก็เอาปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักชีวภาพมาคลุกเคล้ากับดิน (นี่คือการบำรุงดินใส่ปุ๋ยครั้งแรก) เสร็จแล้วก็ยกดินทำเป็นแปลงผัก กว้างประมาณ 1.5 ม. ความยาวตามต้องการแต่ต้องให้สะดวกในการรดน้ำ สุดท้ายพรวนดินย่อยแล้วเขี่ยดินให้สม่ำเสมอกัน การเพาะปลูก เมื่อเตรียมดินและยกแปลงผักเสร็จแล้ว รดน้ำแปลงผักให้ชุ่ม นำหัวหอมที่เตรียมไว้มาปักลงดิน เพียงครึ่งหัว โดยปักเป็นแถวให้ห่างกัน 12-15 ซม.จนเสร็จ หัวหอมที่ใช้ประมาณ 60-80 กิโลกรัมต่อ1ไร่ แล้วนำฟางข้าวหรือ แกลบมาคลุมทับ(เพื่อดูดซับความชื้นไว้) รดน้ำให้ทั่ว และอย่าลืมรดน้ำทุกวันเช้าและเย็น การบำรุงรักษา หลังปลูกมาได้ประมาณ 10-20 วัน ก็ใส่ปุ๋ยบำรุงครั้งที่สอง โดยให้ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักชีวภาพหรือปุ๋ยเคมี ถ้าเป็นปุ๋ยเคมีก็มีสูตร 20-10-10 หรือ 20-10-20 หรือ 12-8-8 และปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ใส่บำรุงผัก อัตราส่วนการใส่ปุ๋ยจะอยู่ประมาณ 20-25 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ 5. การเก็บเกี่ยวและจำหน่าย ต้นหอมสามารถเก็บและออกจำหน่ายได้ดีจะต้องมีอายุ 40-45 วันหลังการเพาะปลูก เพราะผักจะโตเต็มที่ ใบสีเขียวสด ส่วนการจำหน่ายนั้น บางครั้งอาจจะมีแม่ค้ามาเหมาสวน แต่ราคาที่ได้ไม่ดีเท่ากับการใส่รถและนำไปขายส่งที่ศูนย์จำหน่ายพืชผักตามจังหวัดต่าง ๆ ที่มี ไม่ได้ วิธีปลูกหอมแบ่งขาย ความต้องการสูง ระยะเก็บเกี่ยวสั้น หอมแบ่ง หรือ “ต้นหอม” เป็นผักที่เป็นส่วนผสมหรือเป็นเครื่องปรุงในอาหารเกือบแทบจะทุกอย่างที่เป็นอาหารคาวของคนไทยก็ว่าได้ จึงทำให้ความต้องการใช้ในแต่ละวันสูงมาก สำหรับใครที่สนใจอยากจะเริ่มปลูกไว้บริโภคเองในครอบครัวปลูกหอมแบ่งสำหรับขาย จะมีวิธีการปลูกอย่างไรให้ได้ผล เราได้เรียบเรียงข้อมูลการปลูกหอมแบ่งหรือต้นหอมมาให้ศึกษาและลองทำไม่แน่ว่าอาจจะเป็นธุกิจที่สร้างรายได้ในอนาคตก็เป็นไปได้ หอมแบ่ง หรือ ต้นหอม มาทำความรู้จักกันก่อน หอมแบ่ง หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Allumcepa var. aggregatum ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกว่า “ต้นหอม” เป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน มีใบเป็นรูปทรงกลมกลวงด้านใน ปลายเรียวแหลม ตั้งอยู่บนฐานของหัว (Bulb) รอบ ๆ ลำต้น บริเวณโคนมีกาบใบสีขาวหุ้มลำต้น สรรพคุณ ส่วนของกาบห่อหุ้มต้นทำให้มีลักษณะพองโตเป็นหัว เมื่อแก่เปลือกจะมีสีแดง นิยมรับประทาน ทั้งแบบสดและใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร สามารถรับประทานได้ทุกส่วน ตลอดจนยังมีสรรพคุณทางยาช่วยในการขับเหงื่อและบำรุงหัวใจ หากกินสดๆ อย่างต่อเนื่องสามารถลดไขมันในเส้นเลือดได้ หรือนำต้นหอมประมาณ 5-6 ก้านต้มกับของ 2 แว่น กรองน้ำดื่ม ช่วยขับเหงื่อและลดไข้อีกทั้งเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทุกสภาพดิน การปลูกหอมแบ่ง หรือ “ต้นหอม” การปลูกต้นหอม ถ้าเอาไว้แค่บริโภคในครัวเรือนก็คงเป็นเรื่องง่าย แค่มีกระถางปลูกไว้สัก 1 อันหรือปลูกไว้พื้นที่เล็ก ๆ ก็คงเพียงพอ ตามความต้องการของแต่ละบ้าน แต่ถ้าสนใจอยากจะเริ่มทดลองปลูก ศึกษา เพื่อที่จะปลูกหอมแบ่งไว้ขายในอนาคตแล้วก็ควรศึกษาวิธีปลูกเชิงการค้า ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญให้ศึกษาทดลองปลูกดังนี้ การเตรียมดินสำหรับปลูกต้นหอม เริ่มจาการไถดินลึกประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ ประมาณ 10 – 15 วัน เพื่อกำจัดโรคพืช และศัตรูพืช ภายในแปลง จากนั้นปรับสภาพดินด้วยการ ใส่ปูนขาว เล็กน้อยโรยบาง ๆ ให้ทั่วแปลง ก่อนเสริมธาตุอาหารในดินด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพใส่ประมาณ 1-2 ตัน และใส่เศษซากพืช เช่น เศษใบไม้แห้ง เศษหญ้าแห้ง ประมาณ 3-4 ตัน พร้อมใส่เมล็ดสะเดาบดประมาณ 200 – 300 กิโลกรัม ทั้ง 3 ชนิดนี้ใส่คลุกเคล้าในดินพร้อมกันในพื้นที่ 1 ไร่ หลังจากนั้นยกร่องแปลงกว้าง 1 เมตร ปรับหน้าดินให้เรียบ รดน้ำให้ชุ่ม หมักทิ้งไว้ 5 – 7วัน ก่อนนำต้นพันธุ์ มาปลูก จัดระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 10-15 เซนติเมตร ระยะระหว่างแถวประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร หลังจากเตรียมแปลงแล้วให้รดน้ำแปลงให้ชุ่ม วิธีปลูกหอมแบ่ง นิยมปลูกขยายพันธุ์โดยนำหัวกาบใบที่สมบูรณ์ มาตัดรากออกบางส่วน ตัดบริเวณส่วนยอดของหัวกาบใบแบ่งออกเพื่อให้เกิดการแตกหน่อที่รวดเร็วมากขึ้น ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วันเมื่อมีการแตกหน่อออกมาจึงนำไปปลูกลงแปลงต่อไป วิธีดูแลรักษา การให้น้ำ ให้รดน้ำเช้าและย็นจนกระทั่งใบยื่นยาว แล้วจึงรดน้ำเหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตัน / ไร่ ของพื้นที่ก่อนปลูก ส่วนปุ๋ยเคมีใช้สูตร 20-10-10 หรือ 46 – 0 – 0 อัตรา 20-25 กรัม / ไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้งก่อนปลูกและหลังปลูก 20 วันหรือเมื่อต้นหอมแบ่งมีอายุได้ 20 – 25 วัน ให้ใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพประมาณ 1 กิโลกรัม / ตารางเมตร พร้อมใส่ปุ๋ยน้ำชีวภาพเล็กน้อย โดยส่วนผสมในปุ๋ยน้ำชีวภาพ มีคือ ปุ๋ยชีวภาพ 10 กิโลกรัม ปุ๋ยคอกแห้ง 3 กิโลกรัมและใบของพืชตระกูลถั่ว 5 กิโลกรัม ผสมคลุกเคล้าในภาชนะใส่น้ำเปล่า 100- 200 ลิตร หรือใส่น้ำเปล่าจนท่วมสูงประมาณ 10 เซนติเมตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน (อัตราส่วนการนำไปใช้ คือ ปุ๋ย น้ำชีวภาพ 2 ลิตร ต่อ น้ำเปล่า 18 ลิตร ) นำไปฉีดพ่นทุก 7 วันครั้ง การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช หากต้นหอมเกิดโรคให้ตัดทิ้งและนำไปทำลายทันทีหรือป้องกันและรักษา เช่น โรคใบไหม้ ให้นำน้ำปูนใสมาราดใส่ในช่วงระบาด รวมทั้งปลูกต้นผักชีแซมก็จะสามารถป้องกันหนอนหลอดได้เช่นกัน หรือถ้าหากฉีดน้ำหมักชีวภาพเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของต้นหอมแล้ว ยังช่วยลดการระบาดของโรคได้อีกทางด้วย วิธีการเก็บเกี่ยวต้นหอม จะเก็บเมื่ออายุได้ประมาณ 45-60 วัน สามารถเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปรับประทานได้ซึ่งก่อนเก็บเกี่ยวให้รดน้ำให้ชุ่มก่อน จากนั้นใช้มือจับที่บริเวณโคนต้นดึงขึ้นมาเบา ๆ ให้ติดรากมาด้วย นำไปล้างดินออกให้สะอาด แล้วนำมาผึ่งให้แห้ง “หอมแบ่ง” “ผักหอม” หรือ “ต้นหอม” เป็นผักสวนครัวที่ทุกครอบครัวควรมีไว้ การป้องกันกำจัดโรค-แมลง และศัตรูพืช โรคและแมลงศัตรู ที่พบระบาดในแปลงต้นหอมเสมอ ได้แก่ หนอนกระทู้ โรคเหี่ยวที่เกิดจากเชื้อรา ใบแก่รอบนอกมีสีเหลือง เป็นต้น แต่ภายในแปลงต้นหอมของคุณวัลลภจะพบแค่อย่างเดียว คือ “หนอนหลอด” ซึ่งหนอนตัวนี้จะเข้าทำลายโดยการกัดกินใบของต้นหอมจนหมด ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ต้องกำจัดด้วยวิธีใช้ยาล่อตัวหนอนให้ออกมาจากแปลงต้นหอม แล้วใช้ยาฉีดเพื่อกำจัดหนอนที่ล่อออกอีกที แต่ภายในแปลงต้นหอมของคุณวัลลภจะพบแค่อย่างเดียว คือ “หนอนหลอด” ซึ่งหนอนตัวนี้จะเข้าทำลายโดยการกัดกินใบของต้นหอมจนหมด ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ต้องกำจัดด้วยวิธีใช้ยาล่อตัวหนอนให้ออกมาจากแปลงต้นหอม แล้วใช้ยาฉีดเพื่อกำจัดหนอนที่ล่อออกอีกที การป้องกันที่ดี คือ ไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิม ควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน อย่าง คุณวัลลภจะ ปลูกต้นหอม ปีละ 1 ครั้ง และสลับหมุนเวียนกับการปลูกข้าวโพดที่นำไปผลิตเป็นแป้ง เพื่อไม่ให้เชื้อโรคและแมลงต่างๆ อาศัยอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกเป็นระยะเวลานาน การปลูกพืชหมุนเวียนจะทำให้เราสามารถควบคุมแมลงและโรคได้ง่ายขึ้นอีกด้วย การป้องกันที่ดี คือ ไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิม ควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน อย่าง คุณวัลลภจะ ปลูกต้นหอม ปีละ 1 ครั้ง และสลับหมุนเวียนกับการปลูกข้าวโพดที่นำไปผลิตเป็นแป้ง เพื่อไม่ให้เชื้อโรคและแมลงต่าง ๆ อาศัยอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกเป็นระยะเวลานาน การปลูกพืชหมุนเวียนจะทำให้เราสามารถควบคุมแมลงและโรคได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ผักในปัจจุบันมีแต่สารพิษปนเปื้อน โอกาสของเกษตรปลอดสาร ถ้าหากคุณสามารถปลูกผักหอมแบบปลอดสารพิษได้แล้วในปริมาณที่มากพอ พร้อมกับการนำเสนอ การหีบห่อที่ดี พร้อมจัดส่งแล้วละก็ เชื่อแน่ว่าตลาดจะเข้ามาหาเอง อีกทั้งยังได้เป็นการลดความความเสี่ยงจากการทำเกษตรพร้อมๆกับการขายอาหารที่ดีมีคุณภาพปลอดสารให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วย ถ้าของดีปลอดภัยแล้ว ราคาสูงกว่าท้องตลาด ที่มา https://truststoreonline.com/2018/02/may02-เกษตรตัวจริง/ Download Best WordPress Themes Free DownloadPremium WordPress Themes DownloadDownload WordPress Themes FreeDownload WordPress Themes Freefree online coursedownload intex firmwareDownload WordPress Themes Freelynda course free download ต้นหอมเทคนิคการปลูก Sunisa Wongthon / About Author หากสองมือของเกษตรกรช่วยสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ เราขอใช้สองมือของเราช่วยสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรเช่นกัน More posts by Sunisa Wongthon