พริกไทยเป็นพืชที่ให้ผลผลิตดี แม้ในพื้นที่ซึ่งมีความชื้นสูง หากเทียบกับผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละปีจะดีกว่าผลไม้ชนิดอื่นในพื้นที่มาก และดูแลต้นพริกไทยไม่ให้ทรุดโทรมผลผลิตในปีต่อ ๆไปดีขึ้น พริกไทยเป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี แม้ในพื้นที่ซึ่งมีความชื้นสูง ไม่มีน้ำท่วมขัง การผลิตพริกไทย หากเทียบกับผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละปีจะดีกว่าผลไม้ชนิดอื่นในพื้นที่มาก และถ้าหากเกษตรกรดูแลต้นพริกไทยไม่ให้ทรุดโทรมก็จะทำให้ผลผลิตในปีต่อ ๆไปดีขึ้น เนื่องจากการลงทุนในเรื่องต้นทุนได้ลงไปแล้วในปีแรก ทั้งยังสามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี ‘พันธุ์ซีลอน’ เป็นพันธุ์พริกไทยที่นำมาจากประเทศศรีลังกา นิยมปลูกเพื่อขายเป็นพริกไทยสด มากกว่าทำพริกไทยดำหรือขาวลักษณะของยอดจะออกสีน้ำตาลแดง จึงเรียกกันว่า ‘ซีลอนยอดแดง’ นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ซีลอนยอดขาว เป็นพันธุ์พริกไทยที่นำมาจากประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นพริกไทยพันธุ์ลูกผสมของประเทศอินเดีย พริกไทยพันธุ์นี้จะมีลักษณะเถาอ่อน สีจะเขียวอ่อนเกือบขาวโดยเฉพาะที่ยอดอ่อน จึงนิยมเรียกว่า “ซีลอนยอดขาว” เนื่องจากมีผู้นำพันธุ์มาจากประเทศศรีลังกา (ซีลอน) ลักษณะต่าง ๆ จะคล้ายกับพันธุ์ศรีลังกา ที่แตกต่างกันชัดเจนก็คือส่วนยอด ช่อผลจะยาวกว่าพันธุ์ศรีลังกาเล็กน้อย การเจริญเติบโตเร็วกว่าพันธุ์ซาราวัค ผลสดจะมีลักษณะโตกว่าพันธุ์ซาราวัค นิยมปลูกเพื่อจำหน่ายเป็นพริกไทยสด เพื่อส่งโรงงานทำพริกไทยดอง พริกไทยซีลอน มีคุณลักษณะเด่นคือ มีใบและทรงพุ่มใหญ่ ฝักยาว น้ำหนักดี ที่สำคัญเป็นพริกไทยพันธุ์หนัก สามารถเก็บฝักอ่อนจำหน่ายได้เมื่อฝักมีอายุตั้งแต่ 3-6 เดือน ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะสามารถอั้นฝักไปเก็บขายในช่วงเดือนที่พริกไทยมีราคาแพงได้ อีกทั้งพริกไทยสายพันธุ์นี้ไม่ค่อยมีโรครบกวน จะมีปัญหาเดียวในช่วงปลายฝนต้นหนาวคือ ราน้ำค้าง ซึ่งเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการฉีดสารป้องกันเชื้อราทั่วไปก่อนตัดแต่งกิ่ง จากนั้นจึงปลูกลงไร่ ให้ระยะห่าง 2-2.5 x 2-2.5 เมตร พันธุ์ซาราวัคหรือพันธุ์คุชซิ่ง พันธุ์ที่ชาวสวนพริกไทยจังหวัดจันทบุรี นิยมเรียกพันธุ์ ‘มาเลเซีย’ นั่นเอง เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก สามารถต้านทานโรครากเน่าได้ดีกว่าพันธุ์จันทบุรี ซึ่งปลูกอยู่แต่เดิม เจริญเติบโตได้เร็วและให้ผลผลิตสูงกว่า เป็นพันธุ์สำหรับนำไปทำพริกไทยดำและพริกไทยขาว เช่นเดียวกับเกษตรกร คุณประเสริฐ จันทโรทัย บ้านเลขที่ 115 หมู่ 1 ต.วังสำโรง อ.ตะพาน หิน จ.พิจิตร ที่เริ่มปลูกพริกไทยซีลอนมาได้ 1 ปีเศษ ซึ่งพริกไทยเริ่มให้ผลผลิตบ้างแล้วเก็บขายในท้องถิ่นและแม่ค้าได้เฉลี่ย กก.ละ 100 บาท และยังขยายพันธุ์พริกไทยซีลอนด้วยการตอน สร้างรายได้เป็นอย่างดีในช่วงรอเวลาที่ต้นพริกไทยจะเริ่มให้ผลผลิต คุณประเสริฐเล่าว่าการปลูกพริกไทยถือว่าเป็นพืชใหม่ในพื้นที่ อ.ตะพานหิน เพราะส่วนมากเกษตรกรแถบนี้ก็จะทำนาข้าว ปลูกข้าวโพด ชะอม สวนมะนาว สวนส้มโอ แต่บังเอิญตนเองได้มีโอกาสไปนั่งฟังบรรยายเรื่องการปลูกพริกไทยที่จัดขึ้นในตำบล ก็ได้รับฟังข้อมูลมาว่า พริกไทยเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่มีอายุการเก็บเกี่ยวนานมากกว่า 10 ปีขึ้นไป และราคาซื้อขายพริกไทยสดค่อนข้างดี จึงเกิดความสนใจก็ไปศึกษาดูงานและซื้อต้นพันธุ์มาปลูก โดยเริ่มต้นปลูกในพื้นที่ 2 งาน โดยใช้เสาหลักปูน จำนวน 200 หลัก และต้นพันธ์ุพริกไทยซีลอน จำนวน 4 ต้นต่อหลักปูน ต้องใช้ต้นพันธุ์พริกไทย 800 ต้น และต้องมุงสแลนคลุมอีกที แม้เป็นการลงทุนที่สูงแต่มีแนวโน้มของตลาดที่ดีมาก น่าจะสามารถคืนทุนได้ไม่นาน การปลูกพริกไทยสามารถปลูกได้ทั้งปีถ้ามีแหล่งน้ำ มีระบบน้ำที่ดี แต่ส่วนมากนิยมปลูกช่วงฤดูฝนเพราะต้นพริกไทยตั้งตัวได้เร็ว ประหยัดเรื่องการให้น้ำ โดยจะใช้ต้นพันธุ์ไทย 4 ต้นต่อหลุมหรือค้าง ใช้ระยะปลูก 2×2 เมตร โดยเลือกใช้เสาปูนหน้ากว้าง 4 นิ้ว ความยาว 2.50 เมตร เพื่อจะขุดหลุมฝังลงดินไป 0.50 เมตร ให้เสาปูนมีความสูงจากพื้นขึ้นไป 2 เมตร ในพื้นที่ดอนไม่มีน้ำท่วมขังก็เพียงปรับพื้นที่ให้เรียบ ไม่ให้พื้นที่เป็นแอ่งกระทะ เพราะต้นพริกไทยไม่ชอบน้ำขังแฉะ แต่ถ้าเป็นพื้นที่ลุ่มก็ให้ใช้รถไถ ขึ้นเป็นแปลงลูกฟูก จุดประสงค์เพื่อให้บริเวณที่ปลูกระบายน้ำได้ดีนั่นเอง ซึ่งแม้พื้นที่ปลูกพริกไทยจะเป็นพื้นที่ดอน ก็สามารถขึ้นแปลงเป็นลูกฟูกก็ได้ ปากหลุมห่างจากโคนค้างประมาณ 10-15 ซม. ผสมดินที่ขุดขึ้นมาในอัตราปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน ต่อดิน 2 ส่วน โกยดินกลบลงในหลุมตามเดิม แต่จะมีลักษณะเป็นโคกดินหรือหลังเต่าเพราะมีอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้นมา ขุดหลุมให้พอดีกับถุงต้นพันธุ์พริกไทย โดยนำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงปลูกให้ปลายยอดเอนเข้าหาค้างเสาปูน หันด้านที่มีรากหรือตีนตุ๊กแกเข้าหาค้าง กลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม และรดน้ำให้อย่างสม่ำเสมอในช่วงแรกของการปลูก คุณประเสริฐ จันทโรทัย เล่าว่า ตนเองประยุกต์ใช้ระบบน้ำแบบเดินสายน้ำ PE ขนาดเล็ก เดินขึ้นไว้บนยอดเสาค้างพริกไทยเมื่อเวลาเปิดน้ำ น้ำก็จะไหลจากด้านบนลงล่างทำให้เสาปูนมีความชุ่มชื้น ลดความร้อนของเสาปูน และประยุกต์ใช้ระบบน้ำแบบเดินสายน้ำ PE ขนาดเล็ก เดินขึ้นไว้บนยอดเสาค้างพริกไทยเมื่อเวลาเปิดน้ำ น้ำก็จะไหลจากด้านบนลงล่างทำให้เสาปูนมีความชุ่มชื้น ลดความร้อนของเสาปูน แล้วน้ำก็จะไหลลงสู่โคนเสา (โดยหมดค่าอุปกรณ์ระบบน้ำประมาณ 5,000 บาทต่อ 200 หลักพริกไทย) ระยะเวลาการให้น้ำ หลังปลูกควรรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน เมื่อพริกไทยตั้งตัวได้ ลดเหลือ 2–3 วัน/ครั้ง พริกไทยที่ให้ผลผลิตแล้วควรให้ 3–4 วัน/ครั้ง ตามสภาพดินฟ้าอากาศ ในฤดูแล้งอาจประหยัดการให้น้ำโดยการคลุมดินในแปลงปลูกด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง แต่ในฤดูฝนไม่ควรคลุมดินจนชิดโคนต้นควรเว้นห่างเพื่อไม่ให้โคนต้นชื้นแฉะเกินไปและเกิดโรค เตรียมให้น้ำระบายออกจากแปลงปลูกอย่างรวดเร็ว และขณะดินชื้นแฉะไม่ควรเหยียบย่างในแปลงจะทำให้ดินแน่นทึบ รากเสียหายได้ การตัดแต่งต้นปล่อยให้ขึ้นเสา เมื่อต้นพริกไทยเริ่มตั้งตัวได้ มีการแตกยอดอ่อนและอาจจะมียอดอ่อนจำนวนมาก ก็ต้องตัดแต่งออกบ้างให้เหลือยอดที่สมบูรณ์ไว้เพียงต้นละ 2-3 ยอดก็เพียงพอ เพื่อให้ยอดเกาะขึ้นเสาได้เร็วไม่สูญเสียอาหารในการเลี้ยงยอดจำนวนมาก จัดยอดให้อยู่รอบค้างใช้เชือกฟางผูกยอดให้แนบติดค้าง ผูกทุกข้อเว้นข้อ ถ้ามียอดแตกใหม่เกินความต้องการให้ตัดทิ้ง เมื่อต้นพริกไทยเจริญงอกงามดีแล้ว ควรตัดไหลที่งอกออกตามโคนทิ้ง ตัดกิ่งแขนงที่อยู่เหนือผิวดิน 8 -10 ซม. ออกให้หมด เพื่อให้โคนต้นโปร่ง แดดส่องถึง ในระยะที่พริกไทยยังไม่เจริญเติบโตถึงยอดค้าง ต้องเด็ดช่อดอกออกให้หมด ถ้าทิ้งไว้จะทำให้พริกไทยเติบโตช้า และควรมีการตัดกิ่งส่วนบน เพื่อความสะดวกในการทำงาน ซึ่งจะทำปีละครั้งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว กรณีที่ต้องการเลี้ยงเถาเพื่อใช้ทำพันธุ์ขยายพื้นที่ปลูกในปีต่อไป หรือเพื่อจำหน่าย เพื่อขายเอาคืนทุนเป็นรายได้ระหว่างรอเวลา เมื่อพริกไทยอายุ 1 ปี ตัดเถาให้เหลือ 50 เซนติเมตร จากระดับผิวดิน เมื่อพริกไทยแตกยอด จัดยอดขึ้นค้างเช่นเดียวกับปีแรก จนกว่าพริกไทยจะสูงเลยค้างไปประมาณ 30 เซนติเมตร ให้ผูกไว้บนยอดค้าง การใส่ปุ๋ย แนะนำให้ใส่โดโลไมท์ หรือปูนขาว ปีละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 300-500 กรัม/ค้าง ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี 15-30 วัน เพื่อปรับสภาพดิน และฆ่าเชื้อ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อัตรา 2-5 กิโลกรัมต่อค้าง หรือแบ่งใส่ปีละ 2-3 ครั้งใส่มากหรือน้อย บ่อยครั้งแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสภาพดินและความสมบูรณ์ของแปลงปลูกของเกษตรกรเอง การใส่ปุ๋ยเคมีคุณประเสริฐ ก็เน้นใส่ปุ๋ยพื้นฐาน อย่างสูตรเสมอ สูตร 15-15-15 อัตรา 300-500 กรัม (3-5 กำมือ) ต่อค้าง อาจจะสลับหรือผสมด้วยปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 บ้างถ้าเห็นว่าต้นพริกไทยไม่ค่อยจะแตกยอด ส่วนใส่ปุ๋ยคอก ก็จะหว่านรอบเป็นวงกลมห่างจากต้นพริกไทยมาสัก 1 คืบมือ ช่วงหน้าแล้งแนะนำใช้ฟางมาคลุมดินเพื่อให้ดินมีความชื้นสะสมที่นานขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันวัชพืชไม่ให้ขึ้นมาแย่งอาหารพริกไทยด้วย จนกระทั่งพริกไทยมีอายุ 8-13 เดือน (ขึ้นอยู่กับปัจจัยเช่นการดูแล สภาพสวน) จึงเริ่มแตกตาดอกและให้ผลผลิต แต่จะให้ผลผลิตน้อยเพียงหลักละ 1-3 กิโลกรัมต่อปีเท่านั้น ในปีแรกเราจะยังไม่เน้นให้พริกไทยติดฝัก เพราะทันทีที่พริกไทยแตกตาดอก ติดฝักนั้น พริกไทยจะชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้นในปีแรกควรบำรุงต้นดูแลทรงพุ่มให้มีขนาดใหญ่ ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝน โดยให้ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบที่มีสูตรตัวหน้า (N) สูง เช่นสูตร 20-7-7 หรือ 18-6-6 หรือ 30-20-10 ก่อน เพื่อเป็นการเพิ่มไนโตรเจนสร้างยอดและใบใหม่และอีก 7 วันต่อมาก็ค่อยให้ปุ๋ยทางดินสูตรเสมอเป็นการบำรุงต้นต่อไป เมื่อต้นพริกไทยอายุครบ 2 ปี จะเริ่มเหมาะสมปล่อยให้มีการติดผลเก็บผลผลิต พริกไทยจะเริ่มให้ผลผลิตหลังปลูกประมาณ 10-14 เดือน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะให้ผลผลิตที่อายุ 14 เดือนขึ้นไป สำหรับพริกไทยที่ได้รับการดูแลเรื่องน้ำและปุ๋ยอย่างดี อายุ 10 เดือนก็เริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว พริกไทยจะให้ผลผลิตตลอดทั้งปี แต่จะให้ผลผลิตรุ่นใหญ่ปีละ 2 รุ่น ที่มา : https://www.dailynews.co.th/agriculture/664385 https://www.dailynews.co.th/agriculture/664589 Download WordPress Themes FreeDownload Nulled WordPress ThemesDownload Premium WordPress Themes FreePremium WordPress Themes Downloadudemy paid course free downloaddownload karbonn firmwareDownload Nulled WordPress Themesfree download udemy paid course พริกไทยพริกไทยซีลอน Natthaporn Tanawiboonsawat / About Author เชื่อในพลังของคนธรรมดาที่ทำสิ่งเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก More posts by Natthaporn Tanawiboonsawat