เรื่อง: มนสิชา รุ่งชวาลุกลนนท์ August 8, 2019 พูดจาภาษาดอกไม้ : ประวัติศาสตร์การใช้ดอกไม้สื่อความหมายในใจ Highlights ในสมัยวิกตอเรียน (1837-1901) ดอกไม้นับว่าเป็นอุปกรณ์การสื่อสารหลักของสังคม รวมทั้งเป็นที่ชื่นชอบระดับสูงสุดกระทั่งจำเป็นต้องเผยแพร่สิ่งที่เรียกว่า พจนานุกรมดอกไม้ หรือ floral dictionary เพื่อคุ้มครองปกป้องการติดต่อสื่อสารบกพร่อง ในสมัยนั้นถ้าหากได้รับช่อดอกไม้ แทนที่จะดีอกดีใจกับความสวย จึงควรรีบค้นหาว่าดอกไม้ช่อนี้มีดอกอะไรบ้าง จัดวางแบบไหน รวมทั้งควรจะตีความหมายเจตนาของผู้เสียสละเช่นไร ผู้ดีมีเงินมีทองจำนวนมากบางทีอาจจะต้องลงทุนพรั่งพร้อมสำหรับการสร้างเรือนเพาะต้นไม้ของตน เพื่อมีดอกไม้ไว้ใช้พอเพียงรองรับเหตุการณ์ทั้งปี ความฟู่ฟ่าของการลงทุนเพื่อติดต่อสื่อสารด้วยดอกไม้นี้จบลงเมื่อโลกไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) อังกฤษหันความพึงพอใจไปที่การสู้รบ พื้นที่โดยมากที่เคยเป็นสวนสวยถูกดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขเป็นสิ่งที่คุ้มรวมทั้งใช้การได้จริงมากยิ่งกว่านั่นเอง “รัก คนึงถึง ขออภัย ขอบคุณมาก” ถึงแม้ความหมายแล้วก็บริบทของดอกไม้จะแปรไป หรือถูกเขียนขึ้นใหม่ผ่านเรื่องประวัติศาสตร์ แม้กระนั้นมนุษยชาติก็ยังคงใช้ดอกไม้เป็นตัวกลางทางความรู้สึกในตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัย ประวัติศาสตร์ของการให้ดอกไม้เริ่มจากตอนไหน? ปัญหานี้บางทีอาจจำต้องย้อนไปไกลตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อเกสรดอกไม้ถูกเจอบนหลุมฝังศพของผู้คนโบราณในหลายวัฒนธรรม ในยุคกรีกโบราณดอกไม้สื่อความหมายยิ่งใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างมนุษย์รวมทั้งทวยเทพเทวดา ถ้าเกิดขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ต้นแบบการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาดอกไม้มีที่มาจากประเทศตุรกี เมื่อ Lady Mary Wortley Montagu บทกลอนสาวผู้ดีอังกฤษศึกษาและทำการค้นพบการใช้ดอกไม้แทนการติดต่อสื่อสารของผู้หญิงในฮาเรมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทหารจับได้ เมื่อจดหมายและก็บันทึกของคุณถูกเผยแพร่ ความพึงพอใจเรื่องดอกไม้ก็แปลงเป็นหลักสำคัญร้อนในสังคมอังกฤษรวมทั้งประเทศฝรั่งเศส ก่อนเป็นที่นิยมเต็มที่ในสมัยวิกตอเรียน เมื่อดอกไม้เปลี่ยนเป็นอุปกรณ์การสื่อสารหลักของสังคม พูดจาภาษาดอกไม้ ในสมัยวิกตอเรียน (คริสต์ศักราช 1837-1901) ดอกไม้ปฏิบัติภารกิจเหมือนการส่งข้อความในปัจจุบัน เป็นที่รู้กันว่าราชินีวิกตอเรียทรงโปรดดอกไม้มากมายและก็ความนิยมชมชอบของราชินีก็มักเป็นตัวบ่งชี้ด้านสังคมที่ทำให้เหล่ากุลสตรีน้อยใหญ่จะต้องหันมาพอใจรวมทั้งทำความเข้าใจศิลป์การใช้ดอกไม้กันอย่างมากมาย การให้ความหมายและก็การจัดวางดอกไม้เปลี่ยนเป็นความเป็นจริงจังที่แปลความหมายกันตั้งแต่ประเภท รูปร่าง สี ขนาด ไปจนกระทั่งภาวะของดอกไม้ที่ได้รับ ได้แก่ การให้ดอกไม้กลับหัวกลับหางเป็นใจความจะต้องแปลความหมายกลับหัวกลับหาง การรับหรือส่งดอกไม้ด้วยมือซ้ายหรือขวาก็มีเนื้อความแอบซ่อนอยู่ ในยุคนั้น การประดับดอกไม้แปลงเป็น a must ในสังคมชั้นสูงอังกฤษ โดยยิ่งไปกว่านั้นในงานสำคัญอย่างการจัดงานเลี้ยงหรือพิธีสมรส ที่เป็นที่เป็นแบบนี้ก็เพราะสังคมชั้นสูงในสมัยนั้นอดออมถ้อยประหยัดคำแล้วก็คิดว่าการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าท่าทางหรือการกล่าวถ้อยคำที่มากเกินความจำเป็นเกิดเรื่อง ‘ไม่สุภาพ’ ก็เลยเลือกใช้อะไรที่นุ่มนวล งดงาม และก็เงียบกว่า อย่างการพูดจาผ่านช่อดอกไม้ (talking bouquets) การเลือกจัดช่อดอกไม้แบบไหน มีดอกอะไร ส่งให้คนใดกันแน่ ในช่องทางไหน นับว่าเป็นหัวข้อสำคัญ ผู้ดีของอังกฤษจะสามารถรู้เรื่องความนึกคิดและก็เหตุการณ์ของอีกข้างได้ในทันทีทันใดที่ได้รับช่อดอกไม้จากเพื่อนคุย ให้ดอกไหนมีความหมายว่าอะไร มาเปิดพจนานุกรมดอกไม้กัน ในสมัยนั้นมีการพิมพ์สิ่งที่เรียกว่า พจนานุกรมดอกไม้ หรือ floral dictionary เพื่อคุ้มครองการติดต่อสื่อสารบกพร่อง โดยเหตุนั้นถ้าหากได้รับช่อดอกไม้ แทนที่จะดีอกดีใจกับความงาม ต้องรีบค้นหาว่าดอกไม้ช่อนี้มีดอกอะไรบ้าง จัดวางแบบไหน แล้วน่าจะแปลความหมายเจตนาของผู้บริจาคยังไงดี แบบอย่างการถอดเนื้อความรหัสลับดอกไม้ ได้แก่ Wild Rose – ฉันอีกทั้งสุขแล้วก็เจ็บไปพร้อม Yellow Marguerite – ฉันจะมาถึงเร็วนี้ๆ Canterbury bells – ฉันได้รับใจความของคุณแล้ว White Lily – ฉันรักคุณอย่างจริงใจ Iris – ฉันส่งข้อความไป Daisy – ฉันรักคุณจากใจจริง Red Carnation – จิตใจฉันปวดเพราะเหตุว่าคุณ Apple Blossom – ฉันเลือกคุณก่อนผู้ใดกันทั้งสิ้น Honeysuckle – ฉันรักแล้วก็จงรักภักดีต่อคุณ Cornflower – โปรดสุภาพ โปรดสุภาพมีมารยาทกับฉัน Red Tulip – ฉันรับสารภาพว่ารักคุณ White Rose – ฉันขอไม่ยอมรับ Poppy – ฉันยุ่ง Red Fuchsia – ฉันถูกใจรสนิยมของคุณ Hyacinthe – ฉันเผลอไผลในความน่ารักน่าเอ็นดูของคุณ Yellow Pansy – ฉันมีคุณอยู่ในความนึกคิด Clove – ฉันรักคุณมาตลอดแม้กระนั้นคุณไม่เคยรักฉัน Flax – ฉันรู้เรื่องในความห่วงใยของคุณ Mistletoe – ฉันฝ่าฟันมรสุมทั้งผอง Tansy – ฉันขอเป็นศัตรูกับคุณ Meadow Saffron – ความสบายของฉันได้ผ่านไปแล้ว Liatris – ฉันจะทดลองอีกที ถ้าเกิดคนไหนกันได้รับช่อดอกไม้ที่มี Tupins, Hollyhocks, White Heather รวมทั้ง Ragged Robin ดอกไม้ช่อนี้ตีความหมายได้ว่า ผู้บริจาครู้สึกชอบใจรวมทั้งรักในความสร้างสรรค์ของคุณ ขอให้คุณโชคดีและก็บรรลุความสำเร็จในทุกทาง ในทางตรงกันข้าม แม้ช่อดอกไม้ที่ได้รับประกอบไปด้วย Delphiniums, Hydrangeas, Oleander, Basil, แล้วก็ Birdsfoot Trefoil คละเคล้าอยู่ร่วมกัน ดอกไม้ช่อข้างหลังอยากบอกคนรับว่า คุณมันไม่มีหัวหัวใจ (Hydrangeas) จองหอง (Delphinium) ฉันรังเกียจคุณ (Basil) ระวังเอาไว้เหอะ (Oleander) ด้วยเหตุว่าฉันจะกลับมาแก้เผ็ด (Birdsfoot trefoil) การติดต่อสื่อสารใจความให้กระจ่างแจ้งไม่ได้ง่าย เพราะว่าแสดงว่าผู้ครอบครองเนื้อความจึงควรสามารถชายหาดอกไม้ตามความหมายได้ครบทุกประเภท เช่น Moonwort ต้นเฟิร์นประเภทหนึ่งที่สื่อความหมายสื่อถึงการลืมแบบไม่ได้ตั้งใจ ฯลฯไม้ที่เจอได้เฉพาะหน้าร้อน ด้วยเหตุนี้การจะบอกใครบางคนว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจลืมวันเกิดคุณ” บางทีอาจเกิดเรื่องใหญ่ในฤดูหนาว แสดงว่าผู้ดีมีเงินทองส่วนมากบางทีอาจจะต้องลงทุนอย่างมากมายสำหรับในการสร้างเรือนเพาะต้นไม้ของตน เพื่อมีดอกไม้ไว้ใช้พอเพียงรองรับเหตุการณ์ทั้งปี หัวข้อนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญในสมัยวิกตอเรียน สังคมผู้ดีหรูหราฟู่ฟ่าจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมและก็ลัทธิจักรวรรดินิยม หลายเชื้อสายเลือกสร้างคฤหาสน์หรือสถานศึกษาดนตรีขนาดใหญ่เพื่อคุยโวความรวย เพราะเหตุว่าถ่านหินแล้วก็แรงงานแพงถูกมากมาย การผลิตสภาวะเรือนกระจกสักข้างหลังและก็ปรับสภาพภูมิอากาศให้เสมือนฤดูร้อนตลอดระยะเวลาก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ เมื่อคนไม่สนใจความหมายของดอกไม้อีกต่อไป ความฟู่ฟ่าของการลงทุนเพื่อติดต่อสื่อสารด้วยดอกไม้นี้จบลงเมื่อโลกไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 (คริสต์ศักราช 1914-1918) อังกฤษหันความพอใจไปที่การสู้รบแล้วก็พื้นที่โดยมากที่เคยเป็นสวนสวยถูกปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงเป็นสิ่งที่คุ้มรวมทั้งใช้การได้จริงมากยิ่งกว่า เมื่อการศึกจบลงพร้อมเศรษฐกิจตกต่ำทั้งโลก แม้กระทั้งคนร่ำรวยก็ไม่สนใจการลงทุนเยอะมากเพื่อดอกไม้อีกต่อไป เดี๋ยวนี้ดอกไม้เพียงอย่างเดียวที่คนประเทศอังกฤษหลบหลีกสำหรับเพื่อการส่งหากันเป็นดอกลิลลี่ เพราะเหตุว่าสื่อความหมายเกี่ยวพันกับงานฌาปนกิจศพ (ดอกลิลลี่สีขาวเป็นเครื่องหมายของพระแม่มารี แล้วก็มักใช้สื่อถึงความตายที่บริสุทธิ์) I Love Roses บริษัทหาดอกไม้มีชื่อเสียงของอังกฤษให้สัมภาษณ์ว่า คู่สมรสตอนนี้ไม่สนใจความหมายของดอกไม้อีกต่อไป แต่ว่ามักส่งตัวอย่างดอกไม้ที่อยากได้ตามรูปภาพจาก pinterest คู่รักพวกนี้พอใจสีสันและก็ความงดงามมากยิ่งกว่าใจความที่แอบแฝงอยู่ข้างใน หนึ่งในข้องดเว้นที่น่าดึงดูดเป็นช่อดอกไม้งานมงคลสมรสของดัชเชสที่เคมบริดจ์เมื่อปี 2011 เมื่อ Kate Middleton เข้าพิธีสมรสกับรัชทายาทที่อังกฤษด้วยช่อดอกไม้ที่คนสามัญคิดว่าแสนปกติ แต่ว่าสื่อความหมายยิ่งใหญ่ในสายตาผู้เรียนใจความจากดอกไม้ ช่อดอกไม้ของดัชเชสมี Myrtle และก็ Ivy หมายความว่าความรักแล้วก็ความสัมพันธ์จากการสมรส Hyacinth คือ กิจกรรมที่โล่งแจ้ง เพราะเหตุว่าทั้งคู่รักการกีฬา และก็ Sweet William คือ ความกล้า แถมดอกไม้ยังมีชื่อพ้องกับพระราชโอรสวิลเลียม Sweet William ในที่นี้ก็เลยเป็น วิลเลียมผู้เป็นสุดที่รัก อ้างอิง aboutflowers.com atlasobscura.com floranext.com planterraevents.com theclassroom.com Tags: ดอกไม้ , ประวัติศาสตร์ , past forward , ภาษาดอกไม้ , ประวัติศาสตร์ดอกไม้ , Language of flowers , Talking Bouquets , สมัยวิกตอเรียน Author มนสิชา รุ่งชวาลนลานนท์ ผู้อ่านประวัติศาสตร์ที่ถูกใจอ่านเรื่องง่ายให้เกิดเรื่องยาก เขียนเรื่องยากให้เป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็น และก็ถูกใจระบายความนึกคิดออกมาเป็นตัวหนังสือ Illustrator ฟาน.ปีติเตียน ปีตำหนิชา อาจฤทธิ์ ดีไซน์เนอร์ภาพอธิบายประจำแมกกาซีน a day งานว่างเป็นการประกอบอาหารคลีน, วิ่ง แล้วก็ต่อกันพลา