การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ‘หน่อไม้ฝรั่ง’ พืชทางเลือกอีกอย่างหนึ่งของเกษตรกร และกำลังกลายเป็นผักเศรษฐกิจของไทย เพราะปัจจุบันมีปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้นรอบตัว จึงทำให้คนไทยหันมาสนใจสุขภาพ และให้ความสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มมากขึ้น หน่อไม้ฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง เป็นที่สนใจของผู้คนอย่างมาก ชาวไทยจำนวนมากหันมาบริโภคผักชนิดนี้ และในตอนนี้มีแนวโน้มในการส่งออกที่สูงด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี หากเกษตรกรจะหันมาให้ความสนใจการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง เช่นเดียวกับ คุณสมหมาย สอนฮั้ว เจ้าของสวนหน่อไม้ฝรั่งที่ได้ทำสำเร็จมาแล้ว คุณสมหมายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ที่จะหันมาทำหน่อไม้ฝรั่งได้ปลูกข้าวและมันเทศมาก่อน สาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจหันมาปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพราะว่าอายุมากแล้ว และคงทำมันเทศต่อไม่ไหว แต่หน่อไม้ฝรั่งลงทุนน้อย การดูแลรักษารวมไปถึงการเก็บผลผลิตก็ง่าย ทั้งยาและอาหารเสริมก็ใช้เพียงอย่างละ 1 ลิตร ไม่เปลือง และไม่เหนื่อยเหมือนการทำมันเทศ รายได้จากผลผลิตหน่อไม้ฝรั่ง “และตอนนี้ที่ทำอยู่ทั้งหมด 4 ไร่ ใช้เวลา 3 เดือน ก็สร้างรายได้ให้ผมแสนกว่าบาท ทำให้ผมหมดหนี้ได้เพราะการปลูกหน่อไม้ฝรั่งนี่แหละ สำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากจะหันมาทำห่อไม้ฝรั่ง หรือปัญหาเรื่องเชื้อราและไวรัส ก็สามารถขอคำปรึกษาได้” คุณสมหมายกล่าวอย่างภูมิใจ ตลาดและราคาหน่อไม้ฝรั่ง ‘เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว บริษัทกำแพงแสนได้มาตั้งขึ้นใกล้ ๆ จึงทำให้มีจุดรับซื้อผลผลิตใกล้ชุมชน ผมก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ที่พอถึงเวลาเก็บผลผลิตไม่ต้องจ้างแรงงานแค่ช่วยกันเอง โดยสมาชิกในครอบครัวก็พอแล้ว ผมเลย ตัดสินใจมาปลูกหน่อไม้ฝรั่ง โดยได้รับการแนะนำจากผู้ช่วยเบิ้ม ทั้งในเรื่องของเมล็ดพันธุ์และการดูแลรักษา หลังจากเก็บผลผลิตเสร็จผมจะนำไปส่างที่หนองศรีเทพ โดยผู้ช่วยเบิ้มเป็นคนมารับซื้อจากชาวไรในละแวกนี้ เขาจะคัดแยกหน่อที่เราไปส่งอีกครั้ง โดยจะแยกเป็น แบบตูม สำหรับหน่อที่ยอดตูมทุกขนาด ราคาหน่อไม้ฝรั่ง จะขายได้กิโลกรัมละ 50 บาท แบบบาน ราคาหน่อไม้ฝรั่งจะต่างกันตามขนาดออกไปอีก ส่วนหน่อที่บานจะแบ่งราคาหน่อไม้ฝรั่งตามขนาดออกไปอีกคือ ขนาดเล็กและใหญ่ ราคาหน่อไม้ฝรั่ง จะขายได้ประมาณกิโลกรัมละ 10 – 15 บาท ขนาดกลาง ราคาหน่อไม้ฝรั่งจะขายได้ประมาณกิโลกรัมละ 20 – 25 บาท รายได้ช่วงเริ่มแรกของผมก็วันละ 500 – 600 บาท ทำมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ก็วันละ 1,000 บาทแล้ว คุณสมหมายกล่าว ขั้นตอนการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง การปลูกหน่อไม้ฝรั่งมีอยู่ 2 วิธีคือ 1. ใช้เมล็ดปลูก หมายถึง การทำหลุมห่างกันประมาณ 40 เซนติเมตร แล้วนำเมล็ดลงปลูกประมาณ 7 เมล็ด/หลุม จากนั้นคอยดูแลรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ประมาณ 12 วัน จะเริ่มมีหน่องอกพ้นจากดิน ช่วงนี้จำเป็นต้องการมีการฉีดเชื้อรา และฮอร์โมนเร่งราก เร่งต้น แล้วสวมกรวยพลาสติกเพื่อไม่ให้ยอดหน่อไม้ฝรั่งบานจากนั้นอีก 10 วัน ใส่ปุ๋ยและก็ให้น้ำ ดูแลอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ 2. ทำแปลงเพาะเมล็ด หมายถึง การเพาะกล้าก่อนนำไปปลูก ในการเพาะนำดินใส่ถุงขนาดประมาณ 3 นิ้วหยอดเมล็ด เอาดินกลบบาง ๆ แล้วรดน้ำ จากนั้นประมาณ 10 กว่าวัน จะเริ่มมีหน่องอกขึ้นมาแต่ต้องเลี้ยงไว้ในถุงอย่างนี้ก่อน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือนก่อนนำไปลงแปลง คุณสมหมายแนะว่าควรใช้วิธีที่ 2 คือ เพาะกล้าก่อนปลูกลงแปลง โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้ได้ผลผลิตเร็วกว่าและหน่อไม้ฝรั่งจะมีภูมิต้านทานต่อโรค และสภาพอากาศดีกว่าการที่นำเมล็ดไปปลูกลงแปลงโดยตรง การเตรียมแปลงปลูกหน่อไม้ฝรั่ง สำหรับการเตรียมแปลง เริ่มจากการไถพรวนดิน ยกร่อง จากนั้นใส่ปุ๋ยขี้วัว ขี้เป็ดและแกลบ ประมาณ 10 ตัน (4 ไร่) ลงกลางร่อง แล้วใช้รถขุดไถกลบร่องประมาณ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการผสมปุ๋ยในตัว จากนั้นทำร่องความลึกประมาณ 10-11 นิ้ว คุณสมหมายย้ำอีกว่าขี้วัวที่นำมาใช้ควรนำมาพักไว้ก่อนอย่างน้อย 3 เดือนจึงจะนำไปใช้ได้ การวางระบบน้ำหยด หลังเตรียมดินเสร็จให้ทำการวางระบบน้ำหยด ในส่วนนี้คุณสมหมายบอกว่าเกษตรกรต้องมีการลงทุนที่สูงใน 4 ไร่ ของคุณสมหมายราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท และมีค่าติดตั้งประมาณ 1,500 บาท แต่เป็นการลงทุนครั้งเดียวได้ผลนาน และข้อดีของการวางระบบน้ำหยดคือช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกและการแตกกอ การดูแลรักษาหน่อไม้ฝรั่ง การดูแลรักษาโดยทั่วไปก็คือหลังปลูกลงแปลงต้องมีการสังเกตอาการของต้นเป็นระยะ เพราะอาจมีโรคและแมลงเกิดขึ้น และควรดูแลเรื่องน้ำไม่ให้มากเกินไปแค่พอชุ่ม เพราะถ้าแฉะก็อาจะเป็นสาเหตุให้เมล็ดเน่า และเกิดโรคได้ และทุก 10 วันจะต้องมีการใส่ปุ๋ยเป็นประจำ จากนั้น 6 เดือนจะมีหน่อไม้ฝรั่งเกิดมาเป็นรุ่นแรก สามารถเก็บผลผลิตครั้งแรกได้เป็นเวลา 2 เดือน หลังเก็บผลผลิตครั้งแรกแล้วต้องมีการพักต้น 1 เดือน ระหว่างพักต้นก็ต้องมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ คือเก็บ 2 – 3 ครั้งแล้วพัก 1 เดือน การคัดเมล็ดพันธุ์มาขยายเอง เนื่องจากหน่อไม้ฝรั่งเป็นผักที่นำพันธุ์เข้ามาจากต่างประเทศทำให้มีราคาแพง เกษตรกรจึงมักเก็บเมล็ดพันธุ์มาขยายเองหลายรุ่น ดังนั้นในการคัดเมล็ดพันธุ์ควรคัดต้นแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดี โดยเป็นต้นที่ให้หน่อดี มีขนาดหน่อใหญ่ ปล่อยผลที่มีเมล็ดหน่อไม้ฝรั่งอยู่ภายใน ให้ผลแก่มีสีส้มอมแดง นำไปขยี้ให้เปลือกหุ้มผลแตกออก นำมาล้างในน้ำสะอาด เปลือกหุ้มเมล็ดจะลอยขึ้นเหนือน้ำ ส่วนเมล็ดจะจมลง นำเมล็ดผึ่งลมไว้ 1 – 2 วัน เพื่อให้เมล็ดแห้ง จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้ไปแช่ในน้ำอุ่นเพื่อกระตุ้นให้เมล็ดงอกได้ไว และสม่ำเสมอ โดยแช่น้ำอุ่น (ผสมน้ำร้อนกับน้ำเย็น อัตราส่วน 1 : 1 ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 55 องศาเซลเซียส) นาน 30 นาที แล้วแช่น้ำเย็นทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อนำไปเพาะเมล็ดจะงอกได้ภายใน 10 – 14 วัน การป้องกันกำจัดโรคและแมลง โรคที่พบบ่อยจะมีเชื้อรากับไวรัส อาการของการติดเชื้อราจะสังเกตได้จากการที่ต้นเหลืองหรือเป็นจุด หากพบต้นเป็นจุดให้เอายาแก้เชื้อราฉีด แต่ถ้าเรากินโคนให้เราเอายากแก้เชื้อราใส่ลงในระบบน้ำหยดเพื่อฆ่าเชื้อในดิน และหากติดไวรัสก็จำเป็นจะต้องถอนต้นออก ไม่เช่นนั้นเชื้อก็จะลาม และไม่ต้องเป็นห่วงว่าต้นที่ถอนออกจะไม่งอกเพราะว่าด้านล่างจะเป็นเหมือนเหง้ากระชาย ฉะนั้นจะมีต้นใหม่งอกออกมาแน่ แมลงที่พบมากคือ ‘จิ้งหรีด’ จะพบบ่อยในช่วงที่มีผลผลิตออกมา เพราะจิ้งหรีดจะมากัดกินยอดของหน่อไม้ฝรั่งที่เพิ่งโผล่พ้นดินขึ้นมา ที่มา : https://bit.ly/2w5YjHj , https://bit.ly/2MpUAhS , https://bit.ly/2w5Z9DX Download WordPress ThemesFree Download WordPress ThemesDownload WordPress ThemesFree Download WordPress Themesfree download udemy coursedownload micromax firmwareDownload Best WordPress Themes Free Downloadonline free course หน่อไม้หน่อไม้ฝรั่ง Natthaporn Tanawiboonsawat / About Author เชื่อในพลังของคนธรรมดาที่ทำสิ่งเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก More posts by Natthaporn Tanawiboonsawat