แพะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammalia) มีขนปกคลุมร่างกาย กีบคู่ สี่กระเพาะ เคียวเอื้อง (Ruminantia) เขากลวง (Bovidae) จัดอยู่ในตระกูลคาปรา (Genus Capra) เป็นชนิดย่อยของแพะซึ่งทำให้เชื่องจากแพะป่าในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้และยุโรปตะวันออก แพะนี้อยู่ในสกุล Bovidae และสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกะเพราะต่างอยู่ในวงศ์ย่อยแกะและแพะ (Caprinae) มีแพะกว่า 300 สายพันธุ์ แพะเป็นชนิดสัตว์เชื่องที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่ง ใช้เอานม เนื้อ ขนและหนังในหลายบริเวณของโลก ในปี พ.ศ. 2554 มีแพะกว่า 924 ล้านตัวทั่วโลก ตามข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ นิยมนำนมมารับประทาน มีสรรพคุณ น้ำนมแพะมีรสหวาน ฝาด เย็น มีสรรพคุณแก้โลหิต แก้หืดไอ แก้ท้องเดิน หลายคนอาจคิดว่า “แพะ” เป็นสัตว์เลี้ยงที่เหม็นสาบ สกปรก กินอาหารไม่เลือก แต่ความจริงแล้ว แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมากที่สุด เพราะการเลี้ยงแพะมีจุดเด่นหลายประการ เช่น ให้ผลตอบแทนเร็ว ใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการเลี้ยงโค แพะหากินเก่ง กินพืช ใบไม้ได้หลายชนิด แพะทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศ แพะมีขนาดตัวเล็กใช้พื้นที่น้อย เลี้ยงง่าย และให้ผลผลิตคุ้มค่ากับการลงทุน น.สพ.ดร. สมพร พรวิเศษศิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า เกษตรกรภายในจังหวัดส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกยางพารามากที่สุดทางภาคอีสาน ส่วนของด้านการทำปศุสัตว์นั้นยังมีจำนวนเกษตรกรน้อยรายที่ทำอย่างจริงจัง แต่จะเน้นทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมรายได้หลังจากว่างจากการทำสวนยางเสียมากกว่า เช่น การเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่งวง โคเนื้อ และ แพะ เพื่อให้มีรายได้เสริมเข้ามาช่วยในช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำ เกิดเป็นรายได้หลากหลายทิศทางในการประกอบสัมมาอาชีพ “การทำปศุสัตว์ของเกษตรกรที่นี่ ต้องบอกก่อนว่าส่วนใหญ่ ทำเป็นเชิงอาชีพเสริมรายได้ เพราะเกษตรกรยังยึดอาชีพทางด้านยางพาราอยู่ ในช่วงราคายางพาราตกต่ำมาไม่กี่ปีนี้ ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมมากขึ้น เช่น การเลี้ยงไก่งวง และการเลี้ยงแพะในสวนยางพารา เมื่อการเลี้ยงประสบผลสำเร็จจำนวนผู้เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น เกษตรกรจึงรวมกลุ่มกันเพื่อให้มีความเข้มแข็งทางการตลาด ดังนั้น ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ จึงได้มีการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่องค์ความรู้ในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรได้มีทางเลือกทางด้านปศุสัตว์ ทำเป็นอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่เน้นทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว” น.สพ.ดร. สมพร กล่าว คุณวันดี สอนฮุง อยู่บ้านเลขที่ 304 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ยึดอาชีพทำสวนยางพารามากว่า 10 ปี ต่อมาได้เลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำสวนยางพารา โดยในช่วงแรกเน้นเลี้ยงแบบขุนเพื่อส่งขายให้กับพ่อค้า และพัฒนาการเลี้ยงมาเรื่อยๆ เน้นผสมพันธุ์สำหรับขายลูกแพะ จนเกิดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณวันดี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนยึดอาชีพทำนาเป็นหลักเพื่อสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัว บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ต่อมาภายในจังหวัดบึงกาฬเกษตรกรหลายรายเริ่มมีการปรับเปลี่ยนมาปลูกยางพารากันมาก เขาจึงได้แบ่งพื้นที่นาบางส่วนมาปลูกยางพารา ประมาณ 10 ไร่ และพื้นที่ที่เหลือยังทำนาอยู่เช่นเดิม เมื่อต้นยางพาราเจริญเติบโตจนสามารถกรีดให้น้ำยางเป็นผลผลิตได้ จึงยึดเป็นอาชีพหลักเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว เมื่อเข้าสู่ปี 58 ยางพารามีราคาขายที่ลดลง จึงได้หาวิธีเสริมรายได้ด้วยการนำแพะเข้ามาเลี้ยงอีกหนึ่งช่องทาง “การเลี้ยงแพะเริ่มแรกเลยคือลูกชาย เขาก็มาบอกว่าเห็นที่อื่นเลี้ยงแล้วขายได้ ตลาดยังมีความต้องการ เขาก็เลยหานำมาเลี้ยง โดยช่วงแรกเน้นเลี้ยงเป็นแบบแพะขุนขายก่อน ก็ประสบผลสำเร็จดี แต่ด้วยปริมาณแพะที่เยอะขึ้นทำให้พื้นที่อีก 7 ไร่ที่เคยทำนา ก็เลิกทำไป มาปลูกหญ้าเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงแพะขุนแทน พอตลาดเริ่มนิ่งสามารถขายได้ดี ก็เลยเกิดแนวความคิดใหม่ เลี้ยงแต่แม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกพันธุ์ขาย น่าจะตอบโจทย์มากกว่า ไม่ต้องเปลืองในเรื่องของการหาอาหารมากนัก และยังสามารถปล่อยเลี้ยงในสวนยางพาราได้อีกด้วย” คุณวันดีเล่าถึงที่มา โดยการปล่อยแพะเลี้ยงภายในสวนยางพารานั้น คุณวันดี บอกว่า ต้องเป็นสวนยางพาราที่ต้นเจริญเติบโตใหญ่เต็มที่พร้อมสำหรับกรีดให้น้ำยางแล้ว ถ้าหากปล่อยเลี้ยงในสวนต้นยางพาราปลูกใหม่และยังเล็กอยู่ แพะจะกินใบยางพาราจนหมดทำให้เกิดความเสียหายและต้นยางพาราตายได้ เมื่อการเลี้ยงแพะสามารถทำรายได้แน่นอน คุณวันดี บอกว่า จึงได้เปลี่ยนจากแปลงปลูกข้าวนำมาปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงแพะแทนทั้งหมด และส่วนที่เป็นสวนยางพารายังคงไว้เหมือนเดิม โดยใช้เป็นพื้นที่วิ่งเล่นและให้แพะหาหญ้ากินเป็นอาหาร พร้อมทั้งมีการแบ่งโซนสำหรับสร้างโรงเรือนให้แพะนอนอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้ง่ายต่อการจัดการและที่ยิ่งไปกว่านั้น มูลแพะที่ได้จากการเลี้ยง ยังสามารถเป็นปุ๋ยชั้นดีให้กับต้นยางพารา ทำให้ต้นทุนการใส่ปุ๋ยเคมีในสวนของเขาลดลงตามไปด้วย “อาหารที่ให้แพะกินก็จะเป็นหญ้าที่เราปลูกเองเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาก็จะเป็นหญ้าธรรมชาติภายในสวนยางพารา และเสริมเข้าไปก็เป็นพืชอื่นๆ ที่เราหาได้จากท้องถิ่น พอแพะได้กินหญ้าก็จะขับถ่ายออกมา มูลที่ได้ตัวนั้นเป็นปุ๋ยชั้นดี เราก็นำมาใส่ให้กับต้นยางพาราเราทั้งหมด 10 ไร่ ไว้ใช้ภายในสวนเอง จากสมัยก่อนต้องใช้ปุ๋ยเคมีให้กับต้นยางพาราประมาณ 30 กระสอบ พอเรามาเลี้ยงแพะใช้มูลแพะเป็นปุ๋ยแทน ปุ๋ยเคมีที่ใช้ก็ลดเหลือเหลือแค่ 10 กระสอบ ใส่ไร่ละ 1 กระสอบเท่านั้น ตั้งแต่ทำมา 3 ปีต้นยางพาราให้น้ำยางดีไม่แพ้กัน เรียกว่าเกิดผลดีถึงสองทางก็ว่าได้” คุณวันดีบอก ในเรื่องของการผสมพันธุ์ให้ได้ลูกแพะนั้น คุณวันดี บอกว่า จะปล่อยให้ผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ โดยภายในฝูงที่เลี้ยงจะมีพ่อพันธุ์ไว้คุมตัวเมียทั้งหมด โดยอายุที่เหมาะสมสำหรับผสมพันธุ์จะต้องให้แม่พันธุ์มีอายุอย่างต่ำ 8 เดือนขึ้นไป ส่วนพ่อพันธุ์มีอายุอย่างต่ำ 1 ปี เมื่อผสมพันธุ์ติดแม่พันธุ์ใช้เวลาตั้งท้อง ประมาณ 5 เดือน ก็จะคลอดลูกออกมา คุณวันดี บอกว่า ระยะนี้ไม่ต้องแยกลูกและแม่แพะออกจากฝูง สามารถเลี้ยงรวมภายในฝูง ให้เดินเล่นในแปลงหญ้าและสวนยางพาราได้ตลอดเวลา โดยลูกแพะจะเลี้ยงและดูแลไปเรื่อยๆ จนได้อายุ 6-7 เดือน จึงได้ไซซ์ขนาดและน้ำหนักที่ต้องการอยู่ที่ 30 กิโลกรัมขึ้นไป ก็สามารถขายเป็นลูกพันธุ์ให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อได้ทันที “เรื่องของการป้องกันโรคต่างๆ ของแพะ ทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ก็จะมีการจัดการโปรแกรมให้อยู่เสมอ โรคหลักๆ ก็จะทำวัคซีนป้องกันปากเปื่อยเท้าเปื่อยปีละ 2 ครั้ง ส่วนการป้องกันพยาธิจะฉีดเดือนละ 1 ครั้ง มีการจัดการทำโปรแกรมที่ดี ก็สามารถช่วยให้แพะที่เลี้ยง มีสุขภาพที่ดีห่างไกลจากโรคต่างๆ” คุณวันดี บอก ในเรื่องของการทำตลาดช่วงแรกที่เริ่มเลี้ยงใหม่ๆ คุณวันดี บอกว่า ยังไม่ได้คิดว่าจะขายได้ดีขนาดนี้ เพราะที่นำมาเลี้ยงเขาเป็นคนรักสัตว์ อย่างน้อยหากตลาดมีการชะลอตัวก็เลี้ยงไว้เป็นกิจกรรมยามว่างสร้างความสุข แต่เชื่อมั่นในลูกชายของเขาที่บอกว่าตลาดค้าขายแพะยังไปได้ไกล เมื่อเลี้ยงมาเรื่อยๆ เริ่มมีจำนวนที่มากขึ้นก็มีพ่อค้าเข้ามาติดต่อขอซื้ออยู่เรื่อยๆ จนทำให้เกิดกำลังใจว่าสิ่งที่ลงมือทำสามารถสร้างเงินได้ดี “พอเลี้ยงไปเกิดขายได้ขึ้นมาจริงๆ เรียกได้ว่ามีเท่าไหร่เขารับซื้อหมด มันก็ทำให้เราได้เห็นจำนวนเงินขึ้นมาจริงๆ เรียกได้ว่าตลอด 3 ปีที่เลี้ยงมานี่ ตลาดแพะยังไปได้ดี เพราะดูได้จากมีลูกค้าโทร.มาเช็คอยู่เสมอว่าแพะมีจำนวนพร้อมขายได้รึยัง ซึ่งเราเองก็ทำตลาด 2 แบบ ถ้าตัวไหนมีทรงที่สวยๆ ก็จะขายเป็นแพะเพื่อให้เขานำไปเลี้ยงต่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ ส่วนตัวไหนที่ไม่สวยก็จะส่งขายเป็นแพะขุน สร้างรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น” คุณวันดี บอก โดยแพะขุนราคาขายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 120 บาท น้ำหนักตัวอยู่ที่ 20 กิโลกรัม ขึ้นไป ส่วนแพะที่ทรงสวยขายเป็นพ่อแม่พันธุ์ ราคาขายอยู่ที่ตัวละ 4,000 บาท ซึ่ง ณ เวลานี้จำนวนแพะที่มีภายในฟาร์มผลิตไม่พอขาย ตลาดยังมีความต้องการอยู่มากทีเดียว จากการนำแพะมาเลี้ยงภายในสวนยางพารา คุณวันดี บอกว่า นอกจากเป็นสัตว์ที่ทำรายได้ให้กับเขาแล้ว เมื่อแพะเดินเข้าไปภายในสวนยางพารายังไปคอยกินหญ้าและวัชพืชต่างๆ ทำให้ภายในสวนไม่มีวัชพืชพร้อมทั้งมูลที่ถ่ายออกมาก็เป็นปุ๋ยให้กับต้นยาพาราต่อไป เลี้ยงแพะก็ทำรายได้พร้อมทั้งได้ผลผลิตจากยางพารา ปลูกแบบลดต้นทุนในเรื่องของการใช้ปุ๋ยเคมีอีกด้วย “สำหรับผู้ที่ทำสวนยางพารา หรืออยากจะมีอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ควบคู่ไปกับงานหลัก อยากจะบอกว่าการเลี้ยงแพะ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยเริ่มแรกถ้ามีทุนน้อยๆ อาจจะเริ่มเลี้ยงไม่มากก่อน แบบศึกษาอุปนิสัยของเขาว่าเราสามารถทำได้ไหม และเมื่อรักและชอบทำได้จนประสบผลสำเร็จ ก็พัฒนาขยายพันธุ์ขึ้นไปเรื่อยๆ รายได้จากการเลี้ยงแพะ ก็สามารถทำเงินให้ได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญในเรื่องของปุ๋ยจากมูลแพะ นำมาใส่ในสวนยางพาราประหยัดต้นทุนหลายต่อ เลี้ยงแพะก็มีเงินเก็บ ทำสวนยางพาราก็ได้กำไร” คุณวันดี แนะนำ การเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราได้เป็นอย่างดี แม้จะมีปัญหาด้านราคายางพาราตกต่ำหรือปัญหาภัยแล้ง ก็ไม่มีผลกระทบต่อรายได้ในการเลี้ยงครอบครัวมากนัก ที่มา : https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_83041 , https://www.technologychaoban.com/livestock-technology/article_87066 Download WordPress Themes FreeDownload Premium WordPress Themes FreeDownload Nulled WordPress ThemesDownload WordPress Themes Freefree online coursedownload redmi firmwareDownload WordPress Themesdownload udemy paid course for free ยางพาราแพะ Natthaporn Tanawiboonsawat / About Author เชื่อในพลังของคนธรรมดาที่ทำสิ่งเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก More posts by Natthaporn Tanawiboonsawat