ในขณะที่โลกกำลังหมุนไปข้างหน้ารวดเร็ว อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปเร็วจนตามแทบไม่ทัน นักธุรกิจไฟแรงเจ้าของโรงแรมดังทางภาคใต้อย่าง ‘บีบี๋ สงกรานต์ กระจ่างเนตร’ กลับเลือกเดินสวนกระแสโลก ผันตัวเองมาเป็นเกษตรเต็มตัว โดยชวนภรรยาคนสวย ‘แหม่ม คัทลียา’ และลูก ๆ ทั้งสาม ‘ น้องแมค น้องคิน น้องเนซซี่’ ร่วมกันสานฝัน สร้างฟาร์มออแกนิกในอุดมคติ ภายใต้ชื่อ ‘สิรินทร์ฟาร์ม’ ซึ่งมีที่มาจากชื่อของลูกสาวคนเล็ก “จุดเริ่มต้นมาจากไปซื้อที่ดินที่เชียงรายเมื่อ 5-6 ปีก่อน ผมเป็นคนรักธรรมชาติ และชอบชีวิตเรียบง่าย ฝันอยากทำไร่ทำการเกษตรมานาน เมื่อได้ที่ดินแปลงใหญ่มา พื้นที่ครึ่งหนึ่งราว 30 ไร่ เป็นแปลงนาที่มีการทำนามาอย่างต่อเนื่อง”เราเลยสานต่อการทำนาข้าว โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นคนทำ ผลผลิตที่ได้จากแปลงนามีทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว ก็นำมารับประทานเองในครอบครัว พอได้ทำเองปลูกเองทำให้มั่นใจว่าข้าวของของเรา ปลอดภัยจากสารพิษและสารเคมีเจือปน ฟาร์มของเราใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มาจากธรรมชาติ นอกจากนาข้าวแล้ว ยังมีสวนผลไม้ที่ลูกๆชอบ เวลาพาเด็ก ๆไปที่สิรินทร์ฟาร์ม พวกเขามีความสุขมาก เราเป็นพ่อแม่ก็แฮปปี้ว่าลูกๆ ได้ทานในสิ่งที่ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน เพราะเราดูแลทุกอย่างเอง ไม่เหมือนที่ขายตามท้องตลาด ซึ่งกว่าจะถึงมือเราต้องผ่านการเก็บรักษาหลายขั้นตอน ในสิรินทร์ฟาร์มยังมีปศุสัตว์เล็ก ๆ เลี้ยงไก่ วัว และหมู เริ่มจากการไปซื้อวัวเพื่อไถ่ชีวิต เพราะสงสารเลย เอามาเลี้ยงที่ฟาร์ม โดยตัวแรกเป็นแม่วัวท้องแก่ จากนั้นก็ซื้อเพิ่มเป็นคู่แม่ลูกเพื่อนำมาขยายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีวัวพันธุ์แองกัสนำเข้าจากต่างประเทศ คุณสงกรานต์บอกเล่าถึงความสุขแท้จริงที่เพิ่งค้นพบด้วยตาเป็นประกาย ฟาร์มนี้เกิดจากความรักความมุ่งมั่นที่จะเลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าวและพัฒนาการเกษตรที่ไร้สารปนเปื้อน เพื่อให้ครอบครัวเราและคนไทยได้มีสุขภาพดี ผมจึงตั้งใจทำให้ ‘สิรินทร์ฟาร์ม’ เป็นฟาร์มออแกนิก ปลอดสารเคมีที่มีความหลากหลายอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ และปศุสัตว์ เป็นตลาดนัดการเกษตรที่สร้างรายได้ให้ชุมชนและเกษตรกรในท้องถิ่น ในอนาคตยังฝันให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกครอบครัว คนรักธรรมชาติและคนรักสุขภาพ โดยมั่นใจว่าผลผลิตทุกอย่างของฟาร์มเราปลอดภัยสำหรับทุกคนจริง ๆ การเลี้ยงสัตว์ของฟาร์มเรามีต้นแบบมาจากสถาบันเกษตรธรรมชาติประเทศเกาหลี ซึ่งเน้นการเลี้ยงสัตว์ด้วยแนวทางธรรมชาติโดยสมบูรณ์แบบเป็นการผสมผสาน การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มเดียวกัน โดยใช้สิ่งเหลือใช้จากการเกษตรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด มูลสัตว์จะถูกเปลี่ยนเป็นปุ๋ยชั้นเยี่ยมจากการหมักของจุลินทรีย์ เราเลี้ยงสัตว์ในคอกที่ไม่แออัด ปล่อยแบบธรรมชาติให้ได้สัมผัสดิน แสงแดด และอากาศบริสุทธิ์ มีอาหารเป็นหญ้าสดและพืชผักธรรมชาติ ทำให้มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีป้องกันและรักษาโรคเหมือนฟาร์มการค้าทั่วไป ตอนแรกๆที่เลี้ยงไก่เคยตายทีเดียว 80 ตัว เพราะไก่ติดเชื้อหวัด เราหมดไปเยอะเลยกว่าจะมาถึงวันนี้บอกเลยว่ามันไม่ง่ายที่จะเลี้ยงไก่ปลอดสาร เพราะห้ามใช้ยาใดๆทั้งสิ้น ไก่เป็นหวัดก็ต้องใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านรักษา เช่น เอากระเทียมทุบแล้ว คลุกกับอาหารให้ไก่กินคือทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติมาก ๆ บางทีอากาศเปลี่ยนจากที่ไก่เคยไข่เยอะมาก จู่ๆไก่ของเราก็ไม่อยากไข่ขึ้นมา ฟาร์มของเราไม่ได้เลี้ยงแบบอุตสาหกรรมที่ไก่อยู่ในคอกแล้วออกไข่วันละ 10-20 ฟอง ผลิตภัณฑ์ของ ฟาร์มเราเพิ่งจะออกจำหน่ายเป็นธุรกิจเมื่อ 2 ปีก่อน เดิมเรามีคนงานประจำ 7-8 คน ก็ต้องจ้างคนงานพิเศษเพิ่ม เพราะผลิตไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า ลูกค้าของฟาร์มเรามีทั้งวิลล่า มาร์เก็ต, เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล, ร้าน The Accidental Butcher, ร้าน SLOANE’S และร้านเจมีส์ อิตาเลียน ตอนแรกโดนติว่าทำไมไข่ขนาดไม่เท่ากัน เราก็ต้องอธิบายว่าเราเลี้ยงแบบธรรมชาติ ปล่อยให้ไก่กินอย่างมีความสุข ก็กำหนดไม่ได้ว่าไก่ตัวไหนจะกินมากกินน้อยจะให้ผลผลิตออกมาใหญ่หรือเล็ก แต่เราจะชั่งน้ำหนักอยู่แล้วให้ได้ 50 กรัมขึ้นไป ไข่ของเราจะมีกระบวนการผลิตและแพ็กพร้อมขายแบบครบวงจร ส่วนไก่เราส่งต่อโรงเชือดที่ได้มาตรฐาน ไม่ได้เชือดเอง ฟาร์มของเรายังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างลูกชิ้นไก่,ลูกชิ้นหมู, ไก่ยอและหมูยอ เราเลี้ยงไก่เนื้อครับ เลี้ยงตั้งแต่วันแรกจนมันโตเต็มที่ต้องใช้เวลา 60-70 วัน ขณะที่ทั่วไปเลี้ยงแค่ 20 – 30 วัน ฟาร์มของเราเลี้ยงแบบธรรมชาติ ปล่อยให้แม่ไก่ได้สูดอากาศธรรมชาติ ได้ออกไข่ในรัง ออกเดินเล่นในสวนและกินอาหารที่เราหมักเองด้วยสูตรเฉพาะของสิรินทร์ฟาร์ม โดยมี ส่วนผสมหลักเป็นข้าวโพดที่นี่ไม่มีสารเคมี ไม่ใช้สารเร่งทำให้ไก่โตมาแล้วสุขภาพดี มีเนื้อที่นุ่มฉ่ำและผิวเป็นสีเหลือง ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฟาร์มเรา ตอนนี้เรากำลังทุ่มเทให้กับการเลี้ยงหมูดำคูโรบูตะ ที่ได้รับการรับรองโดยสมาคมสุกรประเทศอังกฤษว่าเป็นพันธุ์แท้ 100% มีเกือบ 10 ตัวแล้วครับ และกำลังขยายพันธุ์ลูกหมูคูโรบูตะให้ได้มากที่สุด คิดว่าปีหน้าจะพร้อมส่งขายในตลาดได้จริง การเลี้ยงหมูคูโรบูตะก็เหมือนเลี้ยงวัววากิว ต้องดูแลใส่ใจใกล้ชิดมาก ผมทำแล้วสุขใจมาก ลูกๆก็มีความสุขที่ได้คลุกคลีกับธรรมชาติ เป็นชีวิตที่มีความสุขมากจริงๆได้เก็บผลไม้ในไร่ของตัวเอง กินข้าวที่เราปลูกเอง เอาไก่ที่เราเลี้ยงเองมาย่างกิน ล้อมวงกันตามประสาพ่อแม่ลูก ที่สำคัญเรารู้แน่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกๆ กินเข้าไปจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ปราศจากสารเคมี ผมศึกษามาเยอะและรู้ว่าคุณภาพของการเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยยังไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยพอที่จะให้ลูกทน โดยเฉพาะลูกสาว ‘น้องเนซซี่’ ซึ่งกำลังเริ่มโตแล้ว ผมทำฟาร์มลองผิดลองถูกอยู่หลายปี เพิ่งจะมาพร้อมขายผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการส่งไก่ปลอดสารของสิรินทร์ฟาร์มไปขายที่ร้าน The Accidental Butcher แถวเอกมัย ซึ่งเราเป็นลูกค้าอยู่ บังเอิญมีอยู่ปีหนึ่ง ช่วงปีใหม่ทางร้านนำเข้าไก่งวงมาขายไม่ได้ เพราะไข้หวัดนกระบาด ก็เลยขอให้ผมส่งไก่ปลอดสารไปขาย จุดเริ่มต้นจากส่งไก่ให้ร้านนี้ 30 ตัว จากนั้นก็มีคนติดต่อมาเรื่อย ๆจนผลิตแทบไม่ทัน ผมถือว่าผมใช้เวลาอยู่ที่ฟาร์มเยอะมากนะครับ มันไม่ใช่งานอดิเรกแล้วล่ะ ผมพูดด้วยความภูมิใจว่าผมเป็นเกษตรเต็มตัวแล้ว ผมเป็นคนชอบต่างจังหวัด ได้อยู่กับธรรมชาติ คลุกคลีกับชาวบ้าน ได้สร้างงานสร้างรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่น เกษตรกรที่ทำงานกับเราทุกคน ผมให้เงินเดือนและทำระบบสวัสดิการให้ในรูปแบบบริษัท พวกเขามีคุณภาพชีวิตดีขึ้นและได้ทานผลิตภัณฑ์ปลอดสารของสิรินทร์ฟาร์ม ผมอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าฟาร์มเล็กๆจากเชียงรายของเรา ก็สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ส่งตลาดไฮเอนด์ในเมืองกรุงได้ ซึ่งเราก็ทำได้สำเร็จจริงๆ จากนี้ไปสิ่งที่ผมอยากทำคือ ผมอยากขยายฐานผลิตให้พี่น้องเกษตรเชียงรายได้มีงานทำเกษตรกรไทยทำได้ทุกอย่าง แต่เค้าไม่รู้เรื่องการทำแบรนดิ้ง การทำการตลาดและระบบโลจิสติกส์ ผมก็อยากช่วยทำให้หมด เพื่อพัฒนาการเกษตรออแกนิกของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ที่มา : https://taibann.com/2018/09/04/13337/ Free Download WordPress ThemesDownload Premium WordPress Themes FreeDownload WordPress Themes FreeDownload Nulled WordPress Themesudemy paid course free downloaddownload samsung firmwareDownload Premium WordPress Themes Freefree online course Natthaporn Tanawiboonsawat / About Author เชื่อในพลังของคนธรรมดาที่ทำสิ่งเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก More posts by Natthaporn Tanawiboonsawat