เรื่อง: ทรงกลด บางยี่ขัน May 23, 2016 โจน จันใด : ชายผู้เชิญทุกคนกลับมาดำรงชีวิตอย่างที่มนุษย์ควรเป็น 1/4 โจน จันใด เป็นชายไทยวัย 45ทุกคนรู้จักเขาในฐานะของผู้ริเริ่มการผลิตบ้านดินยุคสมัยใหม่ในประเทศไทยเขาพูดว่า เขามิได้ถูกใจก่อสร้างบ้านดิน เขาพึงพอใจประเด็นการเก็บเมล็ดพันธุ์แท้ แล้วก็วิถีชีวิตแบบพึ่งตัวเองมากยิ่งกว่าเรื่องราวของเขายืดยาวกว่านี้ข้างหลังได้นั่งเสวนาตรงเวลาหลายนาน ผมเห็นด้วยกับเขาพวกเราไม่สมควรเสียเวล่ำเวลาไปกับเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นชีวิตเป็นเรื่องที่ไม่ยาก อย่าทำให้มันยาก อะไรทำให้ท่านหันมาพอใจดำรงชีวิตแบบพึ่งตัวเองช่วงแรกผมก็เป็นเกษตรกรปกติ เข้าไปดำเนินการในจังหวัดกรุงเทพ 7 ปี เป็นยามบ้าง เสิร์ฟของกินบ้าง เป็นบุคลากรบังกะโลบ้าง ปูเตียง ชำระล้างห้อง ค่าแรงเริ่มต้นวันละร้อยบาท ผมก็ได้วันละร้อยบาท อยู่เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ก็ได้ทิปบ้าง แม้กระนั้นผมเกลียดชังด้วยเหตุว่ามีความรู้สึกว่ามันเป็นงาน คิดว่าเมื่อใดจะเที่ยงตรง เมื่อไรจะเลิก ผมทำงานมากมากมาย วันละ 8 – 12 ชั่วโมงทุกวี่วัน ทำกระทั่งเริ่มมีความรู้สึกว่าเพราะเหตุไรมนุษย์เราจำต้องดำเนินการวันละ 8 ชั่วโมง เพราะเหตุใดคนทำงานหนักแม้กระนั้นไม่เพียงพอรับประทาน ยุคเป็นเด็ก บิดามารดาต้นตระกูลไม่เคยมีคนใดดำเนินงานวันละ 8 ชั่วโมง คนไม่ใช้คำว่า ‘ปฏิบัติงาน’ ด้วยไป คนรับใช้คำว่า ‘ไปปลูกข้าว’ ‘ไปเกี่ยวข้าว’ ไม่มีผู้ใดใช้คำว่า ‘กระทั่ง’ ด้วย หญิงรับใช้คำว่า ‘ทุกข์’ เมื่อกลุ้มใจ แนวทางแก้เป็นกล่าวโทษสุข ใครๆก็แก้ได้ แม้กระนั้นพอเพียงเริ่มปรับปรุง พวกเราก็เอาคำว่าจนถึงมาใช้ การปรับปรุงแก้ไขความขาดแคลนเป็นต้องหาเงินทำให้ร่ำรวย อดีตคนสุขสบาย และสบายมากมาย ดำเนินการปีละ 2 เดือน เกี่ยวข้าวเดือน ปลูกข้าวเดือน ที่เหลือเป็นเวลาว่าง คนสมัยเก่ามีเวลาว่างมากมาย ทำให้ได้อยู่กับตนเองมากมาย เลยมองเห็นตนเอง รู้ดีว่าชีวิตเกิดขึ้นมาเพราะเหตุใด ชีวิตอยากได้อะไร คนโบราณมองเห็นความสำราญสำคัญมาก คนก็สืบเสาะหาความสำราญ เขาเลยสุขสบาย ยุคนั้นมีคนนอนช่วงกลางวันเยอะแยะเนื่องจากง ตื่นมาก็นั่งนินทากัน หัวเราะตลกขบขันกันตลอดระยะเวลา แล้วจัดงานเทศกาลนั้นนี้เยอะไปหมด มีแต่งานบันเทิงใจๆทั้งหมด ทำให้ชีวิตสื่อความหมาย ชีวิตมันน่าจะเป็นแบบงั้นมากยิ่งกว่าจะมาเป็นหุ่นยนต์ในเมือง ท้ายที่สุดผมก็กลับไปอยู่ที่บ้านที่จังหวัดยโสธร ไปทดลองดำรงชีวิตแบบคนรุ่นเก่ามอง ชีวิตแบบคนสมัยเก่าคืออะไรผมรู้สึกว่าจะต้องพึ่งพาตนเองในด้านต้นสายปลายเหตุ 4 ให้ได้ ของกิน บ้าน ผ้า แล้วก็ยา 4 อย่างงี้จะต้องง่ายสำหรับทุกคน ที่ไหนก็ช่างถ้าหากของกิน บ้าน ผ้า และก็ยา แพงสำหรับทุกคน นับว่าตรงนั้นปรับปรุงไปในทางที่เสื่อม ตรงนั้นไร้ความก้าวหน้าสำหรับในการมีชีวิตอยู่ ผมทดลองปลูกข้าวปีละ 2 เดือน ปรากฏว่าได้ข้าว 4 ตัน คน 6 คนรับประทานข้าวไม่ถึงครึ่งตันต่อปี ที่เหลือก็ยังได้ขาย ผมใช้เวลารดน้ำผักวันละ 30 นาที ก็มีผักเลี้ยงคน 6 คนแต่ละวัน ยังมีพอให้แม่เอาไปขายที่ตลาดอีก ได้เงินวันละ 50 บาท 100 บาท ก็มีความคิดว่าเพราะอะไรชีวิตมันง่ายอย่างงี้ ไม่มีอะไรยากเลย เพราะอะไรผมไปอยู่จังหวัดกรุงเทพ 7 ปีแล้วไม่เคยรับประทานอิ่มเลย ผมไปดำเนินการอะไร ให้คนใดกัน พวกเราไม่ได้อะไรเลย จะกลับมาเลิศบ้านทีนึงก็จะต้องขอค่าโดยสารแม่กลับจ.กรุงเทพฯ มันตลกขบขันมากมาย จากนั้นพอเพียงได้โอกาสได้ไปมองเห็นบ้านดินในอเมริกา ก็ทดลองเอามาทำมอง มันก็ง่ายดี บ้านเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของชีวิตที่พวกเราใช้เป็นที่พักที่อาศัย ไม่ใช่เครื่องเพชรพลอยหรือเครื่องเสริมบารมี บางบุคคลใช้เวลากว่าครึ่งของชีวิตเพื่อซื้อบ้านสักข้างหลัง โน่นไม่คุ้ม บ้านเพียงแค่ข้างหลังเล็กๆก็พอเพียง ครั้งก่อนผมไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะมีบ้านป้อมปราการคงจะได้ แม้กระนั้นเพียงพอมาทำบ้านดิน ผมใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงต่อวัน ตี 5 ถึง 7 นาฬิกาเช้าตรู่ 3 เดือนผมได้บ้าน 1 ข้างหลัง ในช่วงเวลาที่สหายคนหนึ่งเป็นอาจารย์พละตื่นตี 5 ไปวิ่งเช่นเดียวกัน 3 เดือนติดหนี้ติดสินสหกรณ์อาจารย์ 7 แสน ในเวลานี้ยังจ่ายไม่หมด ก่อสร้างบ้านข้างหลังหนึ่งหมด 7 แสน ผมก็เริ่มมีความคิดว่า เพราะเหตุใดคนถึงทำให้ชีวิตยากขึ้นๆเพราะเหตุไรไม่ทำให้มันง่าย ถัดมาก็เลิกซื้อเสื้อผ้า ผมมิได้ซื้อเสื้อผ้ามาเกือบจะ 20 ปีแล้ว ใช้แต่ว่าของโบราณ มันเป็นการพบเจอกับตนเองในเรื่องของแฟชั่น เมื่อก่อนผมมีความรู้สึกว่าผมเป็นคนลาว ไม่มีสันจมูก ไปไหนก็อาย ผู้อื่นเขาจำต้องบากบั่นไม่เป็นลาว เป็นสวมเสื้อผ้าให้ราวกับคนเมืองกรุงเทวดาฯ ผมกลับดูตรงกันข้าม คนลาวไม่ว่าจะสวมเสื้อผ้าราคาสูงแค่ไหน แบรนด์ดีแค่ไหน ก็ไม่มีสันจมูกอย่างเดิม ผมก็เลยไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งตามแฟชั่น ถ้าเกิดพวกเราวิ่งตาม พวกเราจะไม่ทันเลย แม้กระนั้นหากพวกเราไม่ตามสมัยนิยม พวกเราจะมั่นใจในตัวเอง เพราะอะไรคนจำต้องสวมเสื้อผ้าเช่นเดียวกัน เพราะอะไรหญิงจำต้องสวมเสื้อผ้ารัดอกรัดตัวเช่นเดียวกันหมด เพราะเหตุไรคนจำต้องสวมกางเกงยีนส์เช่นเดียวกันหมด ถ้าหากต้องการใส่เช่นเดียวกัน เพราะเหตุไรไม่ไปเป็นทหาร เป็นตำรวจ หรือเป็นพระ จะได้สวมชุดแบบเดียวกันหมด ความมากมายเป็นความสวยงาม ความแตกต่างเป็นความสวย คิดแบบงี้ได้ก็ไม่ห่วงเรื่องอะไรอีกเลย ใส่อะไรก็ได้ที่มี ยารักษาโรคก็เน้นย้ำประเด็นการบริโภคให้ลดลง ร่างกายจะปฏิบัติงานลดน้อยลง บริโภคมากมายหนี้ก็มากมาย สุขภาพเกี่ยวกับจิตจะเสื่อม สุขภาพทางร่างกายก็อ่อนแอไปด้วย เน้นย้ำใช้ประโยชน์จากของกินให้มากยิ่งขึ้น ใช้แนวทางการนวด ใช้สมุนไพร แม้กระนั้นมิได้ไม่ยอมรับหมอแผนปัจจุบัน เพียงแค่พึ่งให้ลดน้อยลง การทำงานหารายได้ไปซื้อต้นสายปลายเหตุ 4 ไม่ใช่การพึ่งพาตัวเองหรือมันเป็นทางอ้อมที่ทำให้ชีวิตคนยากแล้วก็สลับซับซ้อนเยอะขึ้นเรื่อยๆ พวกเราดำเนินงานเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวันก็มีอยู่มีกินได้สบาย แต่ว่าพอเพียงเข้าระบบตอนนี้ คนทำงานอย่างต่ำวันละ 8 ชั่วโมงยังไม่เพียงพอรับประทาน แล้วรุ่นลูกผมจำต้องดำเนินการวันละกี่ชั่วโมง ยิ่งปรับปรุงก็ยิ่งทำงานมาก ยิ่งหนักใจ แล้วจะปรับปรุงไปเพราะเหตุใด พวกเราจำเป็นต้องทำชีวิตให้มันง่าย จำเป็นต้องกลับมาสู่การพึ่งพาตัวเอง จะได้มีเวลาว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตแบบราษฎรของคุณเป็นไปเหมือนอย่างที่คิดไว้ไหมผมกลับไปอยู่ที่บ้าน แม้กระนั้นมิได้อยู่แบบราษฎร เนื่องจากว่าประชาชนเขาปลูกเพื่อขาย ผมเห็นว่ายิ่งปลูกเพื่อขายก็ยิ่งไม่เหลืออะไร ผมแลเห็นภาพของประชาชนเช่นเดียวกับขี้ข้าคนหนึ่งที่มีความซื่อแล้วก็จงรักต่อเจ้าของทาสอย่างยิ่ง มากมายจนถึงไม่คำนึงถึงตนเอง ทุกๆวันนี้ราษฎรทั้งปวงดำเนินการเพื่อบุคคลอื่นทั้งนั้น ไม่มีผู้ใดดำเนินงานเพื่อตนเอง คนภายในเมืองก็ไม่มีความต่างกัน เป็นข้ารับใช้ที่น่าเห็นใจมากมาย ปัจจุบันนี้พวกเราทำงานมากมากกว่าข้ารับใช้ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัย พวกเราทำงานมากแล้วพวกเราไม่ได้อะไรเลย พวกเรารับประทานอะไรก็ได้เพื่อมีเวลาทำงานเยอะขึ้นเรื่อยๆ รับประทานมาม่าแต่ละวัน รับประทานบะหมี่ รับประทานอะไรกล้วยๆโดยมิได้คำนึงถึงเรื่องของสุขภาพร่างกายเลย วันหยุดพวกเราก็ยังจะต้องคิดเรื่องงาน ชีวิตอย่างงี้มันไม่ถูกมากมาย พวกเราเปลี่ยนเป็นสัตว์ที่ทึ่มที่สุดในโลก ดำรงชีวิตยากกว่าสัตว์ทุกหมวดหมู่ มีสัตว์จำพวกไหนบ้างดำเนินการ 8 ชั่วโมงต่อวันตลอดชีวิต ไม่มีเลย มีสัตว์ประเภทไหนบ้างไม่รักลูก แต่ว่ามนุษย์กลับไม่รักลูก เพียงพอมีลูก พวกเราก็ผลักลูกเข้าสถานที่เลี้ยงเด็ก เข้าสถานศึกษาเลย เพื่อที่บิดามารดาจะได้มีเวลาทำงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่ลูกมันต้องการอยู่กับบิดามารดา ต้องการจะทำความเข้าใจความรักความอบอุ่นที่ได้รับจากพ่อแม่ ลูกโตขึ้นมาก็ไม่ทราบอะไรเลย ไม่รู้ความรัก ความสัมพันธ์ เพราะเหตุว่ามิได้โตมาพร้อมกับบิดามารดา ราษฎรปลูกข้าวโพด ปลูกอะไรตลอดทั้งปีทั้งประเทศ ยิ่งปลูกก็ยิ่งมีหนี้สิน แต่ว่าไม่มีผู้ใดถามตนเองเลยว่า จะปลูกถัดไปเพราะเหตุใด พวกเราจะพบว่า คนกลุ่มนี้ถูกปิดหน้าปิดตาไม่ให้มองเห็นเรื่องจริงในชีวิต สื่อก็กล่าวว่า ถ้าหากคุณต้องการสุขสบาย คุณจำต้องซื้ออันนี้ ถ้าหากปรารถนาอิสระความอิสระควรจะมีบัตรเครดิตอย่างงี้ ไม่มีผู้ใดบอกพวกเราเลยว่า คุณเป็นสุขแล้ว โน่นทำให้มีอาการชาวบ้านไม่มีช่องทางคิด พวกเขาก็เลยเปลี่ยนเป็นเครื่องไม้เครื่องมือของภาคธุรกิจโดยไม่รู้สึกตัว ระบบต่างๆก็ทำขึ้นมาเพื่อคนมีอิสระสำหรับการหารายได้เพียงเท่านั้น แต่ว่าไม่มีระบบไหนสอนให้คนมีอิสระที่จะมีชีวิตอยู่ มีอิสระสำหรับในการสืบหาความสบาย เมื่อราษฎรคิดจะลงทุนปลูกผัก เขาต้องหาเงินสดไปจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ายา ค่าปุ๋ย เริ่มจากการเป็นหนี้เป็นสิน และจากนั้นก็เสี่ยง เสมือนยืมเงินคนมาเล่นการเดิมพัน ด้วยเหตุว่าปลูกผักจะได้หรือเปล่าได้มันสังกัดภูมิอากาศ โรคและก็แมลง รวมทั้งขึ้นกับผู้ที่มารับซื้อ เหตุเยอะแยะอย่างมาก เกษตรกรทั้งหลายแหล่ก็เลยอยู่ในสถานะของนักพนันที่ห่วยแตกที่สุด ผู้ที่คิดจะปลูกเพื่อขาย ไม่มีผู้ใดมั่งคั่ง ไม่มีผู้ใดไม่ติดหนี้ติดสิน ด้วยเหตุว่าพวกเราจะติดกับดักธุรกิจเกษตรเคมีในทันที ทางออกของคุณเป็นอย่างไรผมอยากได้กลับไปสู่อดีตกาล ไปต่อยอดจากอดีตกาลขึ้นมา เพื่อทำให้ชีวิตง่ายดายมากยิ่งขึ้นและก็สุขขึ้น ชีวิตพวกเราสั้นมากมาย พวกเราจะดำรงชีวิตบนโลกนี้เพื่ออะไร คิดที่ตรงนี้แล้ว ก็รู้สึกว่าผมจำเป็นต้องเสาะหาความสงบสุขให้ตนเอง สืบเสาะหาความง่ายให้ตนเอง จะได้มีเวลาอยู่กับตนเอง อยู่กับครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ ผมจะทำเพื่อรับประทาน พวกเรารับประทานพริก รับประทานมะเขือ รับประทานหอม รับประทานกระเทียม ก็ปลูก แม้กระนั้นไม่เกินอย่างละ 5 ต้น ก็อยู่ได้แล้ว รับประทานไม่เคยหมด ถ้าหากเก็บไปขายพวกเราจะได้เงิน 200 – 300 บาทต่อวัน อย่างกระจอกงอกง่อยที่สุดเป็น 50 บาท ผู้อื่นบางทีอาจมีความคิดว่าเงิน 50 บาทไร้ค่าอะไรเลย แม้กระนั้นครอบครัวพวกเราไม่เสียค่าใช้จ่าย เงิน 50 บาทนับว่ามากมาย คุณครูที่สถานที่เรียนจบปริญญาตรีค่าตอบแทนรายเดือนหมื่นนึง วันดีคืนดีก็จำต้องมายืมเงินแม่ผมที่จบ เปรียญ4 ไม่มีรายได้อะไรมาก โน่นมีความหมายว่า ถ้าหากต้องการมั่งคั่งจะจนถึง ถ้าหากต้องการจนกระทั่งจะมีเงินเหลือกินเหลือใช้ โน่นเป็นความเป็นจริงที่ผมศึกษาและทำการค้นพบกับตนเอง หากคนไหนต้องการปลดหนี้สินจำต้องกลับมาสู่การพึ่งพาตนเอง จะต้องกลับมาทำอยู่ทำรับประทาน เหลือกินแล้วขาย ทำแบบนี้ไม่นานจ่ายและชำระหนี้ได้หมด เพราะเหตุว่าผมทำมาแล้ว ชีวิตไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลย แต่ว่าพวกเราผิดสอนให้คิดอะไรที่มันง่าย เชื้อเชิญประชาชนแปลงแนวทางคิดเสร็จไหมผมไม่ถนัดเชิญชวนให้คนมาทำ ผมไม่เคยบอกให้ประชาชนฟังเลยว่าจะต้องทำอย่างผมนะ พวกเราจะไม่ไปพบราษฎร แม้กระนั้นจะให้ประชาชนมาหาพวกเรา พวกเรามีความคิดว่า พวกเราจะไม่ไปเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้อื่น เนื่องจากว่าตามความเป็นจริง พวกเราเปลี่ยนตัวอื่นมิได้หรอก เขาจำเป็นต้องสลับตัวเขาเอง พวกเราก็ทำในสิ่งที่พวกเราต้องการทำ พอเพียงประชาชนมองเห็น เขาก็มาถามเอง คุณทำเรื่องบ้านดินจนถึงดัง เพราะเหตุไรถึงเปลี่ยนแปลงมาทำเรื่องเมล็ดพันธุ์ล่ะนะครับอันที่จริงแล้วผมมิได้พอใจทำเรื่องบ้านดินเลย ผมรังเกียจเรื่องก่อสร้างเลย เพียงแค่บ้านดินมันเป็นคำตอบของชีวิตให้คนได้ เป็นโอกาสให้คนได้ ผมเลยมานะทำบ้านดินให้แพร่หลาย เพียงพอมีคนทำมากพอแล้ว ผมก็วางมือ เดี๋ยวนี้ผมไม่รับทำบ้านดินแล้ว หากต้องการเรียนก็มีที่ให้เรียนเยอะมาก หรือในตอนที่เราทำบ้านกันก็มาเรียนได้ ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการทำแล้ว สิ่งที่ผมต้องการทำมาสิบกว่าปีสุดแท้แต่ยังไม่มีจังหวะเป็นการเก็บเมล็ดพันธุ์ “พวกเราดำเนินงานเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวันก็มีอยู่มีกินได้สบาย แต่ว่าพอเพียงเข้าระบบปัจจุบันนี้ คนทำงานขั้นต่ำวันละ 8 ชั่วโมงยังไม่เพียงพอรับประทาน แล้วรุ่นลูกผมจำเป็นต้องดำเนินการวันละกี่ชั่วโมง ยิ่งปรับปรุงก็ยิ่งทำงานมาก ยิ่งเป็นกังวล แล้วจะปรับปรุงไปเพราะเหตุไร พวกเราจำต้องทำชีวิตให้มันง่าย จะต้องกลับมาสู่การพึ่งพาตนเอง” คลิกอ่านบทสัมภาษณ์ตอนอื่นๆพอดีนี่ในขณะที่ 2ในช่วงเวลาที่ 3ในตอนที่ 4 (จากคอลัมน์ a day with a view – a day 109 ก.ย. 2552) ภาพ ธาตรี แสงสว่างทรงอานุภาพ Tags: yesterday with a view , โจน จันใด , พันพรรณ Author ทรงกลด บางยี่ขัน อดีตกาลบรรณาธิการบริหารวารสาร a day รวมทั้ง HUMAN RIDE และก็ผู้เขียนผู้รื้นเริงกับติดต่อสื่อสารผ่านตัวอักษรรวมทั้งเชื้อเชิญคนเริ่มเดินทาง ธาตรี แสงสว่างทรงอานุภาพ ช่างถายภาพชาวจังหวัดเชียงใหม่ผู้ที่เป็นเจ้าของสตูดิโอถ่ายรูปชื่อ แสงสว่างทรงอานุภาพสตูดิโอ รวมทั้งเถ้าแก่กาแฟชื่อ พวกเรา ในซอกซอยวัดอุโมงค์