BABYMETAL : วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่ชวนคุณโยกหัวหลุดจนตายอย่างสงบศพสีชมพู

เรื่อง: ฆฤณ ถนอมคำกล่าวขวัญ BABYMETAL : วงไอดอลเกิร์ลกลุ่มที่ชักชวนคุณโยกหัวหลุดจนตายอย่างสงบเงียบศพสีชมพู ‘อะไรจะเกิดขึ้นถ้าหาก …’ มักเป็นปัญหาเริ่มที่ตามมาด้วยเรื่องแปลกใหม่เสมอ รวมทั้งปัญหานี้เป็นจุดกำเนิดของเด็กหญิง 3 คนภายในชุดสีดำ-แดงนาม BABYMETAL เช่นเดียวกัน เมื่อเกือบจะ 10 ปีกลาย Key Kobayashi โปรดิวเซอร์เพลงเมทัลคนดังของประเทศญี่ปุ่นกำเนิดปัญหาสังกัดตนเองภายหลังมองการแสดงของสาวน้อยน่ารักน่าเอ็นดูในจอโทรทัศน์ว่า ‘อะไรจะเกิดขึ้นหากเขาเอาดนตรีเมทัลหนักโสตประสาทแบบที่เขาถนัด ไปรวมร่างกับสิ่งที่เป็นขั้วตรงกันข้ามอย่างวงไอดอลเกิร์ลกลุ่มมัธยม’ คนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจสั่นหัวไม่ยอมรับให้กับความไม่เข้ากันที่เกือบจะไม่มีทางเป็นไปได้ แม้กระนั้นบางสิ่งบางอย่างทำให้วัวบายาชิคิดว่ามันคงจะพอเพียงได้โอกาสและไม่ทิ้งโปรเจกต์นี้ไป ตราบจนกระทั่งเขาได้มาเจอกับ Suzuka Nakamoto ไอดอลสาวที่มีเสียงร้องทรงประสิทธิภาพจากวงไอดอลเกิร์ลกลุ่ม Sakura Gakuin ก้าวแรกก่อนที่จะแปลงเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่เริ่มขึ้นวันนั้นเอง วัวบายาชิเริ่มเดินหน้าโปรเจกต์ BABYMETAL ตอนปี 2010 โดยมี ซูซากุเป็นตัวหลักในตำแหน่งนักร้องนำ เขาดึงเอาสมาชิกอีกสองคนจากวง Sakura Gakuin อย่าง Yui Mizuno รวมทั้ง Moa Kikuchi มาเสริมในตำแหน่ง screamer รวมทั้งดินแดนเซอร์บนเวที โดยตอนนั้นทั้งยัง 3 คนยังเป็นเพียงแค่เด็กมัธยมเพียงเท่านั้น พวกคุณถูกเรียกด้วยสมญานามใหม่ อย่าง Su-Metal (Suzuka Nakamoto), Yuimetal (Yui Mizuno) รวมทั้ง Moametal (Moa Kikuchi) ธีมของวงจะเป็นการแต่งตัวในสไตล์โกธิคบวกกับโลลิต้า รวมทั้งในพาร์ตของดนตรีจะเป็นเพลงเมทัลเต็มพิกัดไม่มียั้งโดยทั้งยัง 3 คนจะร้องรวมทั้งแสดงบนเวทีร่วมกับวงดนตรีเมทัล Kami Band BABYMETAL เปิดตัวแสดงสดคราวแรกช่วงวันที่ 28 ก.ย. 2010 รวมทั้งถูกเอ่ยถึงในวงกว้างอย่างฉับพลัน ความแปลกใหม่ที่แวดวงดนตรีไม่เคยพบทำให้ทุกคนหันมาพอใจ Su-Metal ในตำแหน่งร้องเอามาพร้อมทั้งเสียงร้องหญิงทรงประสิทธิภาพ ส่วน Yuimetal รวมทั้ง Moametal ก็ปฏิบัติหน้าที่เอนเตอร์เทนและก็แจกความน่ารักน่าเอ็นดูบนเวทีตามสไตล์ไอดอลได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เชื่อก็จำต้องมั่นใจว่าสิ่งพวกนี้เมื่อมีดนตรีเมทัลเป็นเบื้องหลัง มันกลับถูกกันโดยไม่เคยทราบสึกขัดขวงหัวใจ แถมพวกเราเองยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจสำหรับเพื่อการรับดูมากยิ่งกว่าธรรมดาเสียด้วยซ้ำ BABYMETAL ไต่เต้าความชื่นชอบขึ้นไปอย่างเร็วพร้อมปั้นเรื่องราวน่าจำในทีแรกๆจำนวนมาก ดังเช่นว่า การขึ้นเล่นในงานการแสดงดนตรีสเกลใหญ่อย่าง Summer Sonic Festival เมื่อปี 2012 รวมทั้งในปีเดียวกันที่พวกคุณได้เล่นที่ต่างแดนทีแรกที่ประเทศสิงคโปร์ ดุเสมือนทางของพวกคุณจะมองแจ่มใส แม้กระนั้นก็ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาพวกคุณจะไม่พบขวากหนาม แม้ว่าจะไม่มีผู้ใดไม่ยอมรับในด้านความสามารถ แต่ว่าในทีแรกๆ BABYMETAL ก็โดนสาวกหูเหล็กเยอะมากๆออกมาจู่โจมว่าพวกคุณไม่ใช่เมทัลที่จริงจริง แม้กระนั้นคำติฉินนินทากลุ่มนี้ไม่เคยมีสักหนึ่งครั้งที่พวกคุณออกมาโต้ตอบ อีกทั้ง 3 คนและก็ Kami Band ยังคงเบาๆเดินหน้าโชว์บนเวทีอย่างเต็มเปี่ยมในทุกๆเวทีที่ BABYMETAL ไปเยี่ยม ภายหลังปลดปล่อยเพลงเป็นซิงเกิลออกมาครู่หนึ่ง ปี 2014 BABYMETAL ก็ปลดปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกออกมาอย่างเป็นทางการ อัลบั้มนี้พาพวกคุณไปแตะต้องที่ 2 ในชาร์ต Billboard ของญี่ปุ่น แถมความเด่นที่พวกคุณมียังสะดุดตาผู้จัดต่างชาติที่ดึงพวกคุณไปแสดงสดที่ประเทศต่างๆเยอะแยะตั้งแต่ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และก็อังกฤษในเวทีใหญ่อย่าง Sonisphere Festival ในปี 2014 แล้วก็ที่ฮอลลีวูด อเมริกาปีเดียวกัน เสียงจู่โจมที่เคยมีก็เบาๆเปลี่ยนเป็นเสียงชื่นชอบพร้อมการยินยอมรับจากรุ่นใหญ่ในแวดวงเมทัลคนจำนวนไม่น้อย ถ้าเกิดอัลบั้มแรกของ BABYMETAL เป็นใบแจ้งกำเนิด คงจะจะต้องกล่าวว่าอัลบั้มลำดับที่สองของพวกคุณเมื่อปี 2016 เป็นปรากฎการณ์ เพลงในอัลบั้มลำดับที่สองของพวกคุณได้รับเสียงยกย่องหนาหูมากยิ่งกว่าเดิม การบรรลุเป้าหมายแล้วก็จังหวะถั่งโถมเข้ามาจนกระทั่งพวกคุณแทบจะตั้งตัวไม่ทัน ตั้งแต่เป็นการแสดงจากญี่ปุ่นการแสดงแรกที่ได้โชว์ใน Wembly Stadium อังกฤษ รวมทั้งการไปแสดงตัวพร้อมเพลง Gimme Chocolate!! ในรายการทีวีมีชื่อของอเมริกาอย่าง The Late Show with Stephen Colbert ภายหลังที่รายการออกฉาย พวกคุณแปลงเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้างมากเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า รวมทั้งการเริ่มต้น World Tour ในชื่อวงตนเองรวมทั้งมาจบที่ Tokyo Dome รกรากภายใต้สายตาผู้ชมกว่า 55,000 คน การมีชื่อเสียงของพวกคุณยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ หลังจากนั้นมาจนกระทั่งเวลานี้พวกคุณถูกรับเชิญไปเป็นวงเปิดหรือไปโชว์ร่วมกับนักแสดงระดับนานาชาติมากไม่น้อยเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่ Lady GAGA, Red Hot Chilli Peppers, Metallica, Guns N’ Roses ไปจนกระทั่งวง Korn การบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ BABYMETAL เป็นการเป็นนักแสดงประเทศญี่ปุ่นกรุ๊ปแรกในรอบ 53 ปีที่พาอัลบั้มของตนเองขึ้นสูงไปสัมผัสชั้นต่ำยิ่งกว่า 40 ใน U.S. Billboard Chart ของอเมริกา เสียงสรรเสริญพวกคุณดังขึ้นมาไม่ขาดระยะ การแสดงสดและก็ดนตรีของ BABYMETAL เปลี่ยนเป็นมาตรฐานที่สุดยอดเห็นด้วย การบรรลุผลของพวกคุณถูกต่อยอดจนถึงมาถึงปีนี้ที่พวกคุณตกลงใจเดินสาย World Tour อีกที โชคร้ายที่ตารางที่ออกมาไม่ปรากฏชื่อของเมืองไทย พวกเราได้แต่ว่าหวังว่าวันหนึ่งจะได้มองเห็นหญิงสาวอีกทั้ง 3 คนมากมายระกระโดดกระโดดโลดเต้นด้วยอาการสวยบนเวทีท่ามกลางดนตรีที่เชื้อเชิญโยกหัวในประเทศไทยสักหนึ่งครั้ง สำหรับคนใดที่ยังไม่ทราบจะและก็ฟังผลงานของพวกคุณมาก่อน พวกเราคัดสรร 5 เพลงที่พวกเราถูกใจมาให้ทุกคนได้ทดลองฟังกัน แน่ๆว่าทุกเพลงเต็มไปด้วยดนตรีหนักๆสมกับเป็นเมทัล แต่ว่าทุกเพลงก็มีพวกคุณที่ส่งต่อความเป็นไอดอลให้เราได้เปียกชื้นหัวใจเช่นเดียวกัน ตระเตรียมโยกหัวกันได้ ก่อนพวกเราจะตายอย่างเงียบๆศพสีชมพู 

ทู-สิราษฎร์ อินทรโชติ : นักแสดงผู้เก็บซ่อนความโปกฮาใต้โฉมหน้านิปปอนบอย

เรื่อง: ภัทรียา พัวพงศกร ทู-สิราษฎร์ อินทรโชติ : ดาราหนังผู้เก็บหลบซ่อนความตลกใต้หน้าตานิปปอนบอย แวบแรกที่มองเห็นบริเวณใบหน้าและก็ร่างสูงโปร่ง พวกเราบางทีอาจเผลอหลงผิดว่า ทู-สิราษฎร์ อินทรโชติ เป็นคนต่างชาติ ทรงผมยาว, โครงหน้าชัดสไตล์โจ โอดะกิริ แล้วก็เสื้อผ้าสีเรียบไม่นิมอล สร้างบรรยากาศโก้ขรึมต้นแบบนิปปอนบอยให้ดาราจากภาพยนตร์โปรโมท The Only One จาก The 1 Card, เอ็มวีเพลง ตัวเลียนแบบ ของลุลา และก็ POTATO รวมทั้งผลงานไวรัล Rompboy ชิ้นปัจจุบันความสามารถผู้กำกับเต๋อ-นวพล ดำรงรัตนฤทธิ์ ที่ทำให้พวกเราแอบชำเลืองก้านคอที่ถูกรองเท้าผ้าใบประทับไปเต็มๆจนถึงขึ้นรอยแดงใน 39 (ไม่เหลือรอยแล้ว เพลิดเพลินใจได้) บทพูดยามบ่ายของพวกเราเริ่มด้วยจังหวะเป็นระเบียบเรียบร้อยคละเคล้าตื่นเต้น แต่ว่าข้างหลังการคุยกันไปไม่ถึง 10 นาที ทูก็เริ่มเผยตัวตนสนุกสุจริตใจภายใต้บุคลิกลักษณะเงียบนิ่งพร้อมแบ่งปันหลายฉากในหนังชีวิตเรื่องยาวให้พวกเราได้รับดู ทูเริ่มพอใจแวดวงหนังตั้งแต่เมื่อใด ราว มัธยม6 เมื่อก่อนหน้านั้นผมต้องการเรียนวิศวะ เนื่องจากเมื่อก่อนเวลาพวกเราทำอะไรแล้วมีคนดูว่าพวกเราเก่งสิ่งนั้น พวกเราก็ต้องการตั้งอกตั้งใจให้เขาดูถัดไปเรื่อยก่อนหน้าผมสอบเลขได้ดิบได้ดี พอเพียงแม่ดู คุณครูดู ผมก็ต้องการเรียนวิศวะ แม้กระนั้นพอเพียงขึ้น มัธยม5 ผมไปเป็นเด็กนักเรียนเปลี่ยนกับโครงงาน AFS ที่แอฟริกาใต้ เขาพูดอังกฤษได้กัน แม้กระนั้นสำเนียงจะฟังยากหน่อย ผมได้ได้โอกาสเรียนวาดสีน้ำมัน ในตอนนั้นผมถูกใจงานศิลปะ อย่างเดิมเลย พอเพียงทำเป็น มีคนดู บางทีอาจจะมิได้ดูมุ่งมั่นก็ได้ แม้กระนั้นผมก็พึงพอใจ จำต้องทำให้ดีเพราะว่าอยากที่จะให้คนดูอีก ตอนทำมันบันเทิงใจกว่านั่งคิดเลข ได้อยู่กับตนเองรวมทั้งได้คิด ผมเริ่มถูกใจงานศิลปะ เริ่มหาอะไรอ่าน กระทั่งพอใจต้องการเรียนอันอื่น ในเวลานั้นเล็งสถาปัตยกรรมศาสตร์ ลาดกระบังไว้ แต่ว่าท้ายที่สุดก็หันมาถูกใจฟิล์มถ่ายรูปซะงั้น เลยแปลงมาเข้านิเทศ จุฬาฯ ผมถูกใจดูหนัง ถ่ายภาพ ทำหนัง ถูกใจควบคุม เพราะเหตุใดถึงหันมาถูกใจฟิล์มถ่ายรูปล่ะ มันมีหลายสาเหตุ ตอนต้นเป็นผมถูกใจดูหนังมากมาย เพียงพอเริ่มพึงพอใจศิลป์ก็มองดูหนังเป็นศิลป์มากยิ่งขึ้น ดูหนังที่ไม่ใช่หนังฮอลลีวู้ดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ตอนอยู่แอฟริกาใต้ มีประเทศให้ไปเปลี่ยนตั้งมาก เพราะเหตุไรในขณะนั้นถึงเลือกไปแอฟริกาใต้ ในช่วงเวลานั้นผมเลือกประเทศตามสหาย แต่ว่าท้ายที่สุดได้ไปผู้เดียว มันได้ประสบการณ์การอยู่เพียงลำพัง ไม่เสมือนที่อื่นๆ จริงๆไปประเทศไหนก็ได้ราวๆนี้เช่นกัน แม้กระนั้นแอฟริกาใต้มัน exotic พิเศษ ร้อนก็ร้อน หนาวก็หนาว ที่ที่ผมอยู่เป็นสลัมของคนดำ ทุกๆอย่างมันดิบไปหมด ทุกคนมีบ้านชั้นเดี่ยวเล็กๆแม้กระนั้นเขาจะบ้ารถยนต์มากมายๆขับบีเอ็ม ขับเบนซ์ บางบุคคลก็ออดี้ รวมทั้งบ้าลำโพง แปลกมากมาย บ้านไม่มีอะไรเลย แม้กระนั้นรถยนต์หรู ลำโพงดี ราวกับเป็นงานเลี้ยงของเขา บ้านเป็นเพียงแค่ที่พักผ่อน ไว้หลบฝน แม้กระนั้นสิ่งรอบตัวที่เบิกบานจะต้องจัดเต็ม มันไม่เหมือนกับคนประเทศไทยพอควรที่บ้านจำเป็นต้องใหญ่ ของเขาบ้านไม่ต้องใหญ่ก็ได้ เพียงแค่อยู่ร่วมกันก็เพียงพอ เป็นสุขแล้ว ผมอยู่ที่ Mvezo ภูมิลำเนาของเนลสัน แมนเดลา บ้านผมอยู่ห่างจากเขาไปราว 3 ตรอก บังเอิญบ้านผมเป็นบ้านที่จนกระทั่งพอดิบพอดี โฮสต์ดีนะ แต่ว่าครั้งคราวก็ไม่ค่อยได้รับประทานข้าว เลยหิว เลยบอกผู้ดูแลขอย้ายไปอยู่บ้านที่มีอะไรรับประทาน หลังจากนั้นย้ายไปอยู่บ้านเพื่อนฝูงที่สถานศึกษา ดีแล้วนะ อยู่แล้วอบอุ่น พอใจ ผมอยู่สถานศึกษาเดิมตลอด ได้เรียนสีน้ำมันตรงนั้น อีกทั้งสถานที่เรียนมีคนขาวอยู่ 4 คน มีชาวเอเชีย 2 คน เป็นผมกับอีกคนนึงที่เกิดโน่น แม้กระนั้นกรุ๊ปผมสนิทกันหมด ทั้งยังกรุ๊ปมี all races ทุกเชื้อสาย ไม่ดูถูกผิวกัน กลับมาที่เรื่องงาน ทูเริ่มเข้าแวดวงเบิกบานได้อย่างไร จุดเริ่มเป็นผมไปดื่มเหล้ากับรุ่นพี่ชื่อพี่เค เป็นผู้ช่วยผู้กำกับของพี่เหล่ากอ (ความมีชีวิตอยู่วงศ์วาน กำเนิดทองคำทวี) ที่ Hello Filmmaker ผมบอกเขาว่าต้องการเล่นเอ็มวีเนื่องจากว่าถูกใจงานของเฮลโลฟิล์มถ่ายรูปเมคเกอร์ อีก 2 วันเขาก็โทรมากล่าวว่ามีเอ็มวีให้เล่น เลยไปเล่น ชื่อเพลง ถามจิตใจ ของ Smile Lies พี่ตระกูลมีความคิดเห็นว่าเล่นได้ เลยเชิญไปดำเนินการ The 1 Card ก็บูมเพราะว่าความสามารถพี่พงศ์พันธุ์ ทูเคยเรียนการแสดงมาก่อนรึไม่ เคยเรียนกับอาจารย์เงาะ ตอน มัธยม3 มั้ง ในช่วงเวลานั้นแม่ต้องการที่จะให้เป็นศิลปิน แต่ว่าผมไม่ต้องการเป็น (หัวเราะ) แม่พาไปลงคอร์สพิเศษด้านการแสดง คงจะเรียนราว 10 ครั้งมั้ง แล้วหลังจากนั้นก็เลิกไปเนื่องจากมิได้คิดจะกระทำการแสดง เรียนตอน มัธยม3 แม้กระนั้นได้มาเล่นตอนอยู่มหาวิทยาลัย ไม่ลืมเลือนสิ่งที่เรียนมาแล้วบ้างหรอ ไม่ลืมเลือนนะ ผมความจำดี (หัวเราะ) ผมเรียนตอนอายุ 13 – 14 แต่ว่าได้เล่นเอ็มวีตอนอายุ 21 นึกออกว่าคุณครูเงาะพูดว่า “ไอ้ทูน่ะเล่นดี มันฟังจริงๆ” เพียงเท่านี้ ผมก็ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับแอ็กติ้งเลย แต่ว่าจำคำยกย่องนั้นได้ เวลาเล่นก็อุตสาหะจะฟังสิ่งที่เขาบอก มากยิ่งกว่าจำว่าบทพวกเราจำต้องบอกว่าอะไร ดังนั้นงานที่ออกมาเลยบรรลุเป้าหมาย เป็นเพราะว่าการทำงานด้วยกันกับผู้กำกับมากยิ่งกว่า หากพวกเรา sync กับผู้กำกับได้ก็โอเค ถ้าเกิดผู้กำกับเขาต้องการที่จะให้พวกเราตามบทเป๊ะๆผมว่าผมทำไม่ได้ พี่เหล่ากอก็ดูผมนะ พูดว่า “เอ็งเล่นราวกับไม่รู้เรื่องว่าการแสดงเป็นยังไง” ไม่รู้จักว่าเป็นคำชื่นชมรึเปล่า แต่ว่าผมถูกใจนะ ผมถูกใจคำชื่นชมนี้มากมายเลย มันเป็นการเล่นที่สดดี พอเพียงเล่นเอ็มวีเพลง ตัวเลียนแบบ ก็ทำกับพี่ตระกูลอีก ต่อนี้ไปเริ่มมีคนรู้จักกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอเพียงจำหน้าได้เขาก็มองดู แม้กระนั้นส่วนมากไม่เรียกชื่อ จะเรียกว่า ‘ตัวเลียนแบบ ตัวเลียนแบบป่าวร้องเนี่ย’ ผมก็บอก อ้อ ตัวจริงนะครับ (หัวเราะ) ระยะแรกก็มึนงงๆและก็รับงานถ่ายรูปนิ่งบ้าง ไปแคสต์งานบ้าง ซึ่งข้างหลังๆก็ไม่ค่อยได้ละ เขาพูดว่าหน้าบอบช้ำ ผมก็ว่าบอบช้ำได้ยังไง พึ่งจะเล่นไป 2 งานเอง หน้าบอบช้ำแล้วหรอ สลดอะ ต่อไปผมก็ไปรู้จักกับพี่บุบเบี้ยว Slur เขาก็ให้ไปถ่ายรอมป์บอยแล้วเอาไปเล่นหนังสั้นประชาสัมพันธ์ของพี่เต๋อ เพียงพออยู่ในมือพี่เต๋อผมก็สดชื่น เพราะเหตุว่า ปั้นคนได้สุพรรณหงส์มา 3 – 4 คนแล้ว หมายความว่าจะปั้นพวกเราได้ด้วย เฮ้ย พี่อย่ากล่าวอย่างนี้ แม้กระนั้นผมว่าได้ (หัวเราะ) เป็นการควบคุมพี่เต๋อช่วยได้มากเลย ผมต้องการเป็นผู้กำกับอยู่แล้ว ผมไปเล่าเรียนพี่เต๋อว่าควบคุมอย่างไร เนื่องจากว่าตัวบทมันเล่นยากมากมาย ยังคลุมเคลือสำหรับในการเล่น 39 เลย แม้กระนั้นพี่เต๋อบอกละเอียด ความรู้สึกนี้เป็นแบบงี้ เรื่องมันเพียงแค่อยู่ในร้านค้ารองเท้า แม้กระนั้นพี่เต๋อเล่าหมดว่าพวกเราคุยกับเมย์ตอนไหน พวกเราคุยในฐานะอะไร ราวกับเล่าเป็นหนังเรื่องยาว แล้วให้พวกเราเล่นในซีนเดียว ผมก็มีความคิดว่ารู้เรื่องอะไรๆมากมาย พี่เต๋อเขียนบทมาถึงเพียงแค่ที่พี่เบน (เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี) บอก “แกทราบได้ยังไงวะ” แล้วก่อนเทกในที่สุด พี่เต๋อก็ไม่ยินยอมคัตสักครั้ง เสมือนบอกให้พี่เบนเล่นต่อ พี่เบนเล่นส่งมาผมก็เบาๆส่งคืน จนกระทั่งยาวถึงขว้างรองเท้าเนี่ยล่ะ พอเพียงพี่เต๋อเล่าทั้งยังเรื่องมาแล้ว การที่พวกเราจะต่อจากซีนนี้นิดหน่อยมันก็ไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น พวกเราได้ improvise นานอยู่ แล้วพี่เต๋อมาซอกซอยให้ เหลือคำเท่านี้ที่ตรงนี้ เป็นการควบคุมที่ดี ผมก็เคยใช้อยู่ครั้งนึงตอนทำหนังกับเพื่อนพ้อง เล่าให้หมดเลยแล้วให้ดาราหนังเขียนบท เวิร์กมากมาย แต่ว่าพอเพียงผมเอามาตัดแล้วมันไม่เวิร์ก (หัวเราะ) ผมก็เลยมิได้เอาไปส่งคุณครู แต่ว่าถูกใจวิธีแบบนี้มากมายเลย ภายหลังจากนี้ทูต้องการทำอะไรต่อ ต้องการควบคุมเนี่ยล่ะ ไม่ต้องการเป็นผู้แสดงหน้ากล้องถ่ายรูปหรอ ต้องการเนื่องจากเงินดี ได้ทราบจะนางเอกงามๆเพิ่มมากขึ้น (หัวเราะ) เพื่อที่ผมจะได้ชักชวนไปทำร้ายตนเองยังไง ผมต้องการดูแล แต่ว่าถ้าหากมีคนใดกันแน่มาเชื้อเชิญไปเล่นอะไรอีกก็ไปนะ มนุษย์เราทำอะไรหลายประเภทได้นี่ แต่ว่าท้ายที่สุดผมก็ต้องการกำกรับ อยู่ในวงดนตรีไทย (ทำท่ากำกรับ) …เมื่อสักครู่เสมือนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศดังนะ ผมว่าขำดีออก ผมถูกใจเล่นมุกแม้กระนั้นผมเพียงแค่เกร็ง ที่จริงแล้วผมเป็นคนตลกขบขันมากมายเลยคะ เท่ากับน้าค่อมเลย จุดมุ่งหมายถัดไป ผมต้องการไปรายการ บริษัทฮาไม่จำกัด ที่มีน้าค่อม ตั๊ก บริบูรณ์ และจากนั้นก็บอล เชื้อเชิญยิ้ม กับแจ๊ส เชื้อเชิญชื่น ผมจะไปเล่นมุกสิ่งเดียวเลย ช่วยติดต่อผมไปออกรายการด้วย ร้องขอ ต้องการออกจริงๆไหนเล่นมุกน้าค่อมให้มองหน่อย (ทำเสียงน้าค่อม) มันแรงซะอย่างมาก แสงสว่างมันเข้าไปในดวงตา ถ้าเกิดตาผมบอด ผมจะผ่านได้อย่างไร ถนนหนทางตั้ง 8 เลน ทั้งยังรถบัส รถเก๋ง รถบรรทุก รถแทรกเตอร์ รถจักรยาน มอ’ไซค์ มิได้กินฉันหรอก นี่ยังไม่รวมเกาะกึ่งกลางด้วยนะ แต่ว่าพี่เต๋อเขียนประเด็นนี้ไปแล้ว ประเดี๋ยวทุกคนจะมีความรู้สึกว่าผมมีน้าค่อมเป็นไอดอล ซึ่งไม่จริงหรอ ซึ่งจริง แต่ว่าช่วยบอกเพราะว่าไอดอลผมเป็นเป็นเอก รัตนเรือง คนละด้านกับน้าค่อมเลย ตลกขบขันร้าย แม้กระนั้นผมถูกใจมากมาย แบบ เรื่องขำขัน 69 สรุปพวกเราเป็นคนแบบไหนกันแน่ มนุษย์เราก็มิได้มีด้านเดียวนะ พี่ต้อม เป็นเอก เขาก็อาจมีมุมรีแลกเปลี่ยนซ์ แม้กระนั้นมุมที่เขาดูแล ผมถูกใจ เป็นไอดอลด้านดูแล แม้กระนั้นผมก็มิได้มีชีวิตควบคุม 1 วัน มีเวลาตลกเล่นมุกน้าค่อมบ้าง ส่วนน้าค่อมเขาอาจจะมิได้ขบขันตลอด 1 วัน เขาคงจะมีเวลาเครียดของเขาบ้าง ถ้าเกิดผมมองเห็นผู้ใดเป็นไอดอล เป็นผมยกย่องมุมนึงของเขาเพียงเท่านั้น จะว่าผมต้องการเป็นพี่ต้อม เป็นเอก ก็ไม่ใช่ ผมเชื่อถือการควบคุมของเขา หรือพี่เต๋อ ผมก็ถูกใจงานเขา ถูกใจการทดสอบการควบคุม แต่ว่าไม่ใช่ว่ามองเห็นผู้ใดกันแน่เป็นไอดอลแล้วจำต้องทำตามอย่างเขาทุกสิ่ง ผมเพียงแค่เก็บความรู้ที่ถูกใจมาใช้ ราวกับที่มีคนเคยบอกไว้ steal like an artist แล้วน้าค่อมกล่าวว่าอะไร ถึงจะอย่างไรผมก็ไม่ผ่านสะพานลอย อันธพาลเขาไม่ไม่เห็นหัวกัน นี่เป็น quote น้าค่อมนะครับ (หัวเราะ) ภาพ ดวงลูกผู้หญิง คำเล่าลือวัฒนานันท์ ขอบพระคุณสถานที่ร้านค้า Bungkumhouse Records Tags: ประชาชนนิยม , advertising , Rompboy , The 1 Card , Viral , ทู , สิราษฎร์ อินทรโชติ , actor , film , 39 , น้าค่อม Author ภัทรียา พัวพงศกร นักสะสมตั๋วละครเวทีรวมทั้งสูจิบัตร ยามว่างรับจ้างเขียนเนื้อหาของบทความ, ละครเวที, ละครโทรทัศน์, และก็ทำงานออนไลน์วันละหลายชั่วโมง ดวงบุตรสาว คำเลื่องลือวัฒนาความสนุก ตากล้องวารสาร a day ผู้ถูกใจรับประทานอาหารที่ถ่าย

เปลือยหน้าเตา ‘Tokyo Hot’ ขนมโตเกียวสอดไส้ไอเดียสนุกและอร่อยจากเจริญกรุง 24

เรื่อง: เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล เปลือยหน้าเตา ‘Tokyo Hot’ ของหวานเมืองโตเกียวใส่ไส้ไอเดียบันเทิงใจแล้วก็อร่อยจากเจริญก้าวหน้ากรุง 24 Highlights Tokyo Hot เป็นชื่อร้านค้าของหวานเมืองโตเกียวเปิดใหม่ในตรอกรุ่งเรืองกรุง 24 ของสามชายหนุ่ม นะ–ณเจริญ กับ เจ–จิรประเสริฐ วัฒนกุลรุ่งเรือง แล้วก็ จืดชืด–อดิศักดา โชคส่งแสง ของหวานเมืองโตเกียวของตรงนี้มีจุดแข็งตรงที่ไส้รสหวานแล้วก็คาวต่างๆที่ทำขายล้วนมีต้นเหตุจากการครีเอต ลองถูกลองผิดของสามชายหนุ่มจนได้ออกมาเป็นไส้ของหวานเมืองโตเกียวที่ประหลาดกว่าราษฎร ได้แก่ ไส้ใบกะเพราหมูบดไข่เจียว ไส้ทาเก๋ หรือไส้ไก่ปิ้งบาร์บีคิวหม่าล่า แล้วก็ที่สำคัญเป็นอร่อย! เหตุผลสำหรับเพื่อการเปิดร้านของหวานของพวกเขาเป็นต้องการหารายได้กับมันอย่างเป็นจริงเป็นจังเพื่อนำเงินไปรันโปรเจกต์ศิลป์ที่ตนเองเผลอไผล บอกเลยว่าพวกเขามิได้มาเล่นๆ1. ความหิวและก็แดดร้อนช่วงเวลาบ่ายวันปกติพาพวกเรามายืนอยู่เบื้องหน้า Tokyo Hot ร้านค้าของหวานเมืองโตเกียวเปิดใหม่ที่กบดานในซอกห้องแถวซอกซอยรุ่งโรจน์กรุง 24 ที่ขณะนี้เวรี่ฮอตไม่แพ้สภาพภูมิอากาศ บอกกันจะๆที่ตรงนี้เลยว่าตอนต้นพวกเราเกือบจะไม่เคยรู้ว่าชื่อร้านค้า Tokyo Hot พ้องกับชื่อค่ายหนังโป๊ของญี่ปุ่น จนกว่าขณะที่สองญาติ นะ–ณงาม กับ เจ–จิรเจริญ วัฒนกุลสว่าง แล้วก็ จืดชืด-อดิอำนาจ โชคส่อง สามชายหนุ่มเถ้าแก่ร่วมใจหัวเราะเสียงดังขณะเล่าให้พวกเราฟังว่าชื่อร้านค้าของหวานของพวกเขามีที่มารวมทั้งความหมายเช่นไร เรียงจากซ้ายไปขวา เจ, จืดชืด, นะ “ตอนตกลงใจเปิดร้าน พวกเราคุยกันว่าไส้ของหวานเมืองโตเกียวที่พวกเราทดสอบเพื่อทำขายมันเผ็ดร้อนทั้งหมดเลย บวกกับเจโยนมาว่าขายของหวานเมืองโตเกียว ชื่อร้านค้าก็จะต้องเป็นชื่อที่พรีเซ็นท์เมืองโตเกียวสิ คิดกันไปมากไม่น้อยเลยทีเดียวจนถึงคำว่า ‘เมืองโตเกียวฮอท’ แวบเข้ามาในหัว เนื่องจากของหวานที่พวกเราขายมันร้อนด้วยพอดิบพอดี แล้วชื่อนี้ก็มีเซนส์ของความจัญไรทะเล้นดีเลยเลือกชื่อนี้” จำเป็นต้องขอบคุณมากจืดชืด ชายหนุ่มร่างสูงบางที่ยอมพูดอธิบายแจ่มชัดให้พวกเราฟัง 2. ตั้งแต่วินาทีที่พวกเราย่างกรายเข้ามาในร้านค้าขนาดครึ่งคูหา สามคนนี้แทบจะมิได้ยืนเฉยเมยหรือนั่งอยู่ที่เดิม ด้วยเหตุว่ามีลูกค้ามากมายแวะเวียนเข้ามาสั่งของหวานอย่างไม่ขาดสาย พวกเรากลับรายการอาหารของหวาน พร้อมพิจารณาออร์เดอร์ของลูกค้าข้างหน้า โดยความเป็นจริงแล้วร้านค้าของหวานเมืองโตเกียวของพวกเขามิได้ฮอตด้วยเหตุว่าชื่อหรอก แต่ว่าเป็นเพราะว่าความไม่ธรรมดาที่พวกเขาตั้งมั่นใส่ไส้ลงไปในของหวานแสนปกตินี้ต่างหาก ครั้นเมื่อจะนั่งรอคอยให้พวกเขาหยุดดำเนินการมานั่งคุยก็ไม่ไหว เพื่อได้บรรยากาศฮอตๆพวกเราตกลงใจยืนคุยกับพวกเขาหน้าเตาทำของหวานเลยแล้วกัน ถึงแม้ว่าสามคนนี้จะมองกระฉับกระเฉงกับแนวทางการทำของหวาน แต่ว่าเชื่อไหมว่าที่ผ่านมาพวกเขาจบรวมทั้งปฏิบัติงานในแวดวงศิลปะ นะจบการศึกษาวิจิตรศิลป์และก็เป็นครูสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัย ส่วนจืดชืดทำโปรเจกต์ศิลป์หลากกิ่งก้านสาขา ทั้งคู่ทำโปรเจกต์สเปซในเขตลำคลองกลบด้วยกันชื่อ ‘แสงสว่างนวลแล็ป’ รวมทั้งเจทำโปรเจกต์งานประดิษฐ์กับกรุ๊ปสหายชื่อ ‘Hatchew People’ “เรามักจะทำของกิน เคยมีความคิดว่าจะทำร้านค้าขายทาโก้เก๋เพื่อหาเงินเสริม แต่ว่าพอเพียงทดสอบสูตรไปเรื่อยพวกเรามีความรู้สึกว่าการกินแป้งโคนร์ตำหนิยามันอิ่มเหลือเกินแล้วก็เทกซ์พบร์มันก็ไม่คุ้นปากคนประเทศไทยขนาดนั้น พวกเราก็เลยช่วยเหลือกันกล่าวหาอะไรที่รับประทานแบบ wrap ได้อย่างทาโก้เก๋ที่พวกเราถูกใจบ้าง ทดลองตั้งแต่ขนมปังใส่ไส้ เปาะเปี๊ยะ หมั่นโถว “จนกระทั่งตอนก่อนที่จะบ้านพวกเรามีกระแสน้องธุระเมืองโตเกียวขึ้นมา พวกเราเลยปิ๊งไอเดีย ของหวานเมืองโตเกียวนี่แหละเป็นของกินห่อแป้งที่คนประเทศไทยคุ้นปาก พวกเราเองก็คุ้นกับมันในทางของหวานที่ขายขี้หน้าสถานศึกษา ก็จำต้องขอบพระคุณน้องธุระนะครับที่ช่วยบอกทางสว่างให้เราตอนนั้น” จืดชืดเล่าพลางหัวเราะ ทั้งยังสามไม่เคยทำของหวานเมืองโตเกียวมาก่อนเลย อาศัยฝึกหัดความสามารถจากยูทูบแล้วก็สูตรจากกูเกิลเป็นหลัก พลิกแพลงกับสูตรของกินเผ็ดร้อนสไตล์ชาวเม็กซิโกที่พวกเขาสลัดความนิยมชมชอบออกไปไม่หมด กระทั่งได้สูตรแป้งรวมทั้งสูตรไส้แบบใหม่ที่หาไม่ได้จากรถเข็นขายของหวานเมืองโตเกียวทั่วๆไป “พวกเราต้องการเมนชั่นถึงร้านค้าเมืองโตเกียวที่พวกเราถูกใจรับประทานตอนเด็กๆด้วย แต่ละร้านค้าไม่ว่าจะเป็นร้านค้าหน้าสถานศึกษา หรือร้านค้าแถวบ้านล้วนมีแบบความอร่อยไม่ซ้ำกันเลย รสที่พวกเราถูกใจเป็นแบบไหนพวกเราก็เพียรพยายามจะมีผลให้ได้แบบงั้น เนื่องจากพวกเราเอาเรฟเฟอเรนซ์มาจากเมืองโตเกียวรถเข็นหน้าสถานศึกษา แบบนี้ก็คงจะเรียกได้ว่าที่จริงแล้วเมืองโตเกียวรถเข็นเป็นคุณครูของเรา “ทาหรูหรามีคอนเซปต์ที่น่าดึงดูดในตัวมันอยู่แล้ว พวกเราใส่อะไรลงไปก็ได้ พวกเราเลยคิดสิ่งที่พวกเราต้องการทำมาจากกรอบนี้โดยตลอด แต่ว่าถ้าหากจำต้องขายทาหรูหราสิ่งเดียวก็กลัวตนเองเบื่อเช่นกัน เมืองโตเกียวมันตอบตรงที่เป็นไปได้อีกทั้งอาหารหวานรวมทั้งอาหารคาว นี่ก็เพิ่งจะคุยบันเทิงใจๆกับเจว่าอีกหน่อยจะทำรายการอาหารพิเศษรอบเดือนด้วย ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันพอดิบพอดีอยู่ในนี้หมดเลย” นะเล่าในขณะที่มือของเขายังวุ่นอยู่กับแผ่นแป้งทรงกลมเบื้องหน้า 3. พ่อค้าของหวานเมืองโตเกียวเจ้านี้พึงใจพรีเซนเทชั่นของหวานเมืองโตเกียวที่พวกเขาขายสูงถึงเยอะที่สุด มองได้จากปริมาณชิ้นของหวานเมืองโตเกียวที่พวกเขาเสิร์ฟให้พวกเราทดลองลอง เริ่มจากไส้หวานอย่างสังขยาครีมรวมทั้งสังขยาไข่เค็มก่อน สูตรสังขยาครีมของตรงนี้ปรับปรุงมาจากสังขยาแบบประเทศสิงคโปร์ที่มิได้ผสมน้ำใบเตยแบบสังขยาไทย รสมิได้หวานมันมากมาย สามารถรับประทานชิ้นลำดับที่สองรวมทั้งสามได้แบบเพลิดเพลินๆ“ส่วนแบบใส่ไข่เค็มมีจุดเริ่มแรกจากขนมปังสังขยาปิ้งที่จิ้มรับประทานกับไข่ลวกและก็ซีอิ๊ว รสที่ได้มีความมันรวมทั้งเค็มตัดกับรสหวานของตัวสังขยา แล้วในเวลาที่ทดลองบ้านพวกเรามีไข่เค็มพอดิบพอดีก็เลยทดลองเอามาใส่มอง ปรากฏว่ารสมันเวิร์กมากมายเลยเอาสูตรนี้มาขายในร้านค้า” จืดชืด พี่ใหญ่ประจำกลุ่มคนรับหน้าที่คิดสูตรไส้เล่า ต่อจากนั้นเจ้าตัวเชิญพวกเราทดลองลองไส้ที่เพิ่มระดับความแปลกรวมทั้งเผ็ดร้อนขึ้นอย่างทาหรูหรา ไก่ย่างบาร์บีคิวซอสหม่าล่า ไส้ประหลาดกลุ่มนี้เข้ากันได้กับแป้งกรอบนอกนุ่มในของของหวานเมืองโตเกียวอย่างไม่น่าเชื่อ “ไส้ทาหรูหราเป็นไส้ที่ปรับปรุงมาหลายรอบมากมาย อย่างซัลซ่าแบบที่ใส่เอาไว้ภายในทาโก้เก๋ทั่วๆไปมันเฉอะแฉะเกินความจำเป็น ไม่เหมาะสมกับแป้งเมืองโตเกียว พวกเราเลยเอาส่วนประกอบทุกสิ่งทุกอย่างของซัลซ่ามาย่างและก็ปั่นเป็นเบสซอสเข้มข้นขึ้นมา ใส่ลงไปแล้วไม่ทำลายเนื้อแป้งของของหวานเมืองโตเกียว แล้วหลังจากนั้นก็ช่วยชูรสชาติของหมูกับผักให้ดีขึ้น “ไก่ย่างบาร์บีคิวซอสหม่าล่ามาจากความชื่นชอบรับประทานปิ้งย่างหม่าล่าของเราครับผม แต่ว่าถ้าหากเอามาทำเป็นไส้เมืองโตเกียวพวกเราว่ารสมันมิติน้อยไปนิดนึง ก็เลยเอามาไม่กซ์กับบาร์บีคิวที่นอกเหนือจากเนื้อและจากนั้นก็มีอีกทั้งสับปะรด มะเขือเทศ พริกหยวกปิ้ง เบสซอสที่ทาก็เป็นซอสเทอริยากิที่ออกหวานหน่อย ตัดรสเผ็ดของผงหม่าล่าอีกครั้ง” 4. เหตุผลสำหรับการเปิดร้านของหวานอีกข้อหนึ่งที่ทำพวกเราตรึงใจมากมายๆเป็นพวกเขาต้องการหารายได้กับมันอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อจะนำไปรันโปรเจกต์ศิลป์ที่ตนเองคลั่งไคล้ “พวกเรามีเป้าหมายว่าต้องการเป็นนักแสดง ดำเนินการศิลป์ พี่จืดชืดกับเจเองก็อาจจะคิดเช่นกัน พวกเรากล่าวได้ว่าพวกเราขายเมืองโตเกียวเพื่อหาเงินมาเผื่อแผ่ศิลป์ที่พวกเราต้องการทำ” นะเล่าด้วยแววตาเป็นจริงเป็นจัง “เมืองโตเกียวที่พวกเราทำบางทีอาจไม่ใช่เมืองโตเกียวในแบบที่มันเคยเป็น พวกเราต้องการรับประทานแบบไหน ต้องการมองเห็นมันเป็นแบบไหน พวกเราก็เสนอออกมา จริงๆมันก็มิได้ต่างกับงานศิลปะอื่นๆเลย เพียงแต่เมืองโตเกียวมีที่รองยอมรับได้เร็วกว่า เป็นทำมาแล้วอย่างไรก็ควรมีคนรับประทาน รับประทานแล้วทราบเลยว่าอร่อยไหมอร่อย วิภาควิจารณ์กันได้เลย “นักแสดงที่เขาหาเงินจากศิลป์ที่ตนเองทำแล้วก็ประสบผลสำเร็จสำหรับเพื่อการดำเนินการ สิ่งจำเป็นที่เขามีเป็นระเบียบวินัย เดี๋ยวนี้เราคิดว่าทำเมืองโตเกียวมันก็เสมือนได้ practice ตัวเราเองวันแล้ววันเล่า แถมทำแล้วหลังจากนั้นก็มีรายได้ด้วย ร้านค้าพวกเราพึ่งเปิดมาไม่ถึงเดือนเอง อาจบอกอะไรมากมายมิได้ (หัวเราะ) แม้กระนั้นภายหลังจากนี้ถ้าเกิดอะไรเข้าที่เข้าทางแล้วหลังจากนั้นก็น่าจะหาเวลากลับไปดำเนินการศิลป์กันดังเดิม” แล้วอีกหน่อยมีแพลุกลนจะเอางานศิลป์มาเอาไว้ภายในร้านค้าของหวานเมืองโตเกียวไหม พวกเราถาม “มีสิฮะ คิดไว้ก่อนที่จะร้านค้าจะเป็นตัวเป็นตนอีก (หัวเราะ) สหายๆที่เข้ามารับประทานเมืองโตเกียวตรงนี้ผู้คนจำนวนมากก็ได้เข้ามาคอนเนกต์กับคนใหม่ๆตรงนี้ หรือเนื่องจากร้านค้าพวกเราแคบ มันประจันหน้ากันง่าย เขาเลยต้องหาเรื่องคุยกันด้วยมั้ง เพียงพอเห็นภาพนี้พวกเราคิดว่ามันดีเยี่ยมๆเลยจ้า ในอนาคตพวกเราต้องการทำให้พื้นที่นี้เปลี่ยนเป็นคอมมิวนิตี้ แต่ว่าในตอนนี้พวกเราขอทำฐานของร้านค้าพวกเราให้อยู่ตัวก่อน” Tokyo Hot address: ต้นตรอกก้าวหน้ากรุง 24 hour: 13.00 – 20.00 น. (ปิดวันอาทิตย์แล้วก็วันพฤหัสบดี) facebook: Tokyo Hot – เมืองโตเกียว ฮ๊อท Tags: เจริญก้าวหน้ากรุง , Tokyo Hot , ของหวานเมืองโตเกียว , เจริญรุ่งเรืองกรุง 24 Author เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล lifestyle editor ที่ลืมไปแล้วว่าคอบ่าไหล่ที่ไม่ปวดนั้นเป็นยังไง /ร้องไห้ Photographer ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล ผู้เรียนฟิล์มถ่ายรูปที่มาฝึกฝนการทำงานตากล้อง รักการถ่ายภาพ ถูกใจรับประทานของอร่อย และก็ถูกใจใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนซี้ คู่รัก

The Post : ชัยชนะของเสรีภาพและความน่าปลาบปลื้มที่คนไทยอาจไม่มีวันได้สัมผัส

เรื่อง: อรรถเศรษฐ์ หมายหมั้นหมายThe Post : ความมีชัยของความอิสระรวมทั้งความน่าปลื้มใจที่ชาวไทยบางทีอาจไม่มีทางได้สัมผัส Director: Steven Spielberg Region: USA Genre: Drama / Thriller มีคุณครูท่านหนึ่งเคยบอกผมไว้ว่า สิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งมากมายสำหรับเพื่อการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเป็นการรับผิดถูกใจคำกล่าวของพวกเราเมื่อได้กล่าวมันออกไป แม้กระนั้นถ้าหากพวกเราได้รับหน้าที่สำหรับการพูดเรื่องจริงที่คนใดต่างก็ไม่กล้าพูด และก็การบอกสิ่งนั้นออกไปบางทีอาจตามมาด้วยปัญหามากไม่น้อยเลยทีเดียวที่คาดการณ์มิได้ พวกเราจะกล้ากล่าวสิ่งนั้นแล้วก็ต้องการจะรับผิดชอบกับสิ่งที่พวกเราบอกออกไปอยู่มั้ย ตอนต้นปีของทุกปี ผมจะตั้งตาคอยดูหนังมากมายเป็นพิเศษ ด้วยเหตุว่าเป็นตอนๆทยอยประกาศผลรางวัลต่างๆให้กับภาพยนตร์แล้วก็ดาราหนังที่ทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจ ซึ่งรางวัลที่มีคนพูดถึงและก็ยิ่งใหญ่เยอะที่สุดรางวัลหนึ่งก็คือรางวัลออสการ์ รวมทั้ง The Post ก็เป็นหนังที่ได้รับการเฝ้าดูเป็นอย่างยิ่งสำหรับในการประกาศผลรางวัลในปีนี้ ด้วยเหตุว่าเป็นการพบกันหนแรกของผู้แสดงมากมายความสามารถ ทั้งยังเมอรีล สตรีป (Meryl Streep) รวมทั้งทอม แฮงก์ (Tom Hanks) ที่ต่างเคยครอบครองรางวัลนี้มาแล้ว แถมหนังยังตกอยู่ในมือของผู้กำกับบิดามดที่แวดวงหนังอย่างสตีเว่น สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) อีก ซึ่งก็เป็นไปตามคาด The Post ได้เข้าชิงรางวัลใหญ่ถึง 2 รางวัลเป็นBest Picture รวมทั้ง Actress in a Leading Role The Post เป็นหนังที่สร้างขึ้นจากข้อเท็จจริงในตอนต้นสมัย 70 เมื่อแคทเธอรีน เกรหมูแฮม (Katharine Graham) หรือเคย์ เล่นบทโดยเมอรีล สตรีป จำต้องมารับตอนดูแลธุรกิจการค้าหนังสือพิมพ์ The Washington Post ต่อจากผัวที่ได้เสียชีวิตไป และก็จำเป็นต้องจัดการกับการตัดสินใจที่ยากที่สุดเมื่อเบน กางรดลี (Ben Bradlee) รับบทบาทโดยทอม แฮงก์ บรรณาธิการของ The Washington Post ต้องการจะ ‘พิมพ์’ Pentagon Papers ซึ่งเป็นเอกสารลับที่กล่าวมาว่าสหรัฐฯมีส่วนร่วมในการทำศึกเวียดนามมานานมากแล้ว ซึ่งรัฐบาลได้อุตสาหะปกปิดประเด็นนี้กับสามัญชนตลอดมา แต่ว่าการพิมพ์เอกสารลับนั้นมีพนันสูงมากมายที่บางทีอาจเป็น ‘ภัยต่อความมั่นคงยั่งยืนของชาติ’ แล้วก็ทำให้คณะทำงานผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยในบริษัทมีสิทธิ์เข้าเรือนจำเข้าตาราง ด้วยความรักสำหรับการดำเนินงานหนังสือพิมพ์ ปัญหาผุดขึ้นในใจของเคย์ว่าหน้าที่สื่อที่จะต้องเปิดเผยเรื่องจริงให้ทุกคนได้มองเห็น ไม่ใช่การโดนปิดหน้าปิดตาไปอยู่เรื่อยก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กันไม่ใช่หรือ การตัดสินใจว่าจะเผยแพร่ Pentagon Papers ไหม ก็เลยเป็นการตกลงใจที่ยิ่งใหญ่มากเกินกว่าที่สตรีปกติคนหนึ่งจะยอมรับได้ ตัวหนังตอนแรกๆบางครั้งอาจจะดำเนินเรื่องช้าแล้วก็เต็มไปด้วยบทสำหรับพูดพร้อมทั้งชื่อจริงละครเยอะแยะจนกระทั่งพวกเราตามไม่ทันบ้าง แม้กระนั้นพอเพียงมาถึงกึ่งกลางเรื่องที่เครื่องติดแล้ว ผมพบว่าตนเองหายใจไม่ทั่วท้องแล้วก็ละสายตาจากหนังไปมิได้เลย ความเข้มข้น บีบบังคับหัวใจ ฮึกเฮิม รวมทั้งปลาบปลื้มใจ ถั่งโถมเข้ามาเต็มๆในระยะหลังของหนัง เมอรีลสวมบทของเคย์ได้อย่างน่าประทับใจด้วยบทที่นิ่งรวมทั้งลึกมากขึ้นเรื่อยๆ การสวมบทเป็นหญิงสาวที่มิได้ปฏิบัติงานเก่งอะไร แม้กระนั้นก็มานะทะนุถนอมบริษัทไปให้ได้ดิบได้ดีที่สุดเท่าที่คุณทำเป็น แม้ว่าจะเต็มไปด้วยข้อสงสัยจากเพื่อนผู้ร่วมการทำงานและก็แรงกดดันจากเหตุการณ์กดดัน ทุกสายตา ทุกการเคลื่อนไหวของคุณได้ดีไซน์แล้วก็สร้างความหมายจากความรู้สึกลึกซึ้งผ่านภาษากายพวกนั้นออกมาได้อย่างละเอียดลออรวมทั้งน่ากลัวมากมายๆการแสดงของเมอรีลที่แตกต่างกันกับตัวตนจริงๆของคุณเอามากๆและก็เป็นการแสดงที่น้อยแม้กระนั้นเต็มไปด้วยเนื้อหาในแต่ละฉากนี่แหละที่ทำให้พวกเรายั้งใจมิได้เลยที่จะสามารถช่วยเชียร์ให้คุณได้รางวัลในปีนี้อีกที อีกสิ่งหนึ่งที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมากในหนัง เป็นการเล่าเรื่องที่ทำให้คนภายนอกแวดวงอย่างพวกเราได้ทราบขั้นตอนการทำงานของสื่อสิ่งพิมพ์อดีต ตั้งแต่การสัมมนาเลือกพาดหัวหน้าหนึ่ง การร่างรายละเอียดรวมทั้งวางแบบเอาต์ไลน์หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ไปจนกระทั่งเนื้อหาลำดับวิธีการพิมพ์ ที่สปีลเบิร์กทำภาพออกมาเล่าให้ดูแล้วเพลินใจแล้วก็รับทราบถึงความใหญ่โตของสื่อสิ่งพิมพ์อดีต จากความร้อนคุกรุ่นด้านการเมืองไม่ว่าจะเป็นในประเทศพวกเราเองหรือเหตุการณ์ทั้งโลก ก็พูดได้ว่า The Post เป็นหนังที่ออกมาได้ถูกจังหวะเวลา ตัวสปีลเบิร์กเองก็อยากติดต่อสื่อสารข้อคิดเห็นทางด้านการเมืองออกมาผ่านแนวทางการทำหนังประเด็นนี้ เขาเคยให้สัมภาษณ์ชวนขันไว้ว่า “ผมไม่รู้จักจะกล่าวอะไรเกี่ยวกับทรัมป์ นี่เป็นวิถีทางของผมสำหรับในการโต้กลับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น” รวมทั้ง “ผมไม่ทวีต ผมถ่ายภาพยนตร์” เมื่อดูหนังจบแล้ว ผมมั่นใจว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจจะกำเนิดปัญหาในใจว่า เวลานี้สื่อมวลชนปฏิบัติภารกิจของตนเองได้ดิบได้ดีหรือยัง เพราะว่าในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้ว่าสื่อจะมีแค่เพียงน้ำหมึกพิมพ์และก็กระดาษ แต่ว่าสิ่งพวกนั้นก็มากพอที่จะเป็นอำนาจเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ ผมคิดถึงเหตุเมื่อกลางปี 2017 เมื่อ The New York Times ได้อุทิศหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เพื่อพิมพ์คำโกหกของโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงการพิมพ์ตอนนั้นจะมิได้สร้างการเคลื่อนไหวเปลี่ยนอะไรที่ยิ่งใหญ่ แม้กระนั้นก็เริ่มทำให้คนตระหนักถึงความใช้การไม่ได้ของผู้นำประเทศตนเอง ซึ่งเพียงพอย้อนกลับมามองดูเมืองไทยและได้แต่ว่าถอนหายใจที่สื่อของพวกเรามิได้ปฏิบัติภารกิจนั้นได้ดิบได้ดีมากสักเท่าไรนัก ในขณะสื่อต่างชาตินั้นตีข่าวสารเรื่อง ‘นาฬิกาเจ้าปัญหา’ กันอย่างครึกโครม สื่อส่วนใดส่วนหนึ่งในประเทศยังคงพอใจเรื่องรักๆเลิกๆของศิลปินนักร้อง หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์แปลกๆที่ช่วยทำให้ราษฎรได้ตีเลขเด็ดในแต่ละงวด พวกเราคิดว่าเหตุผลหนึ่งก็เพื่อความมีชีวิตรอดของสื่อเองที่อาจจะไม่กล้าเอาตนเองเข้าไปเสี่ยงกับอำนาจบางสิ่งบางอย่าง ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจแบบงี้แล้วก็เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยข่าวสารการเข้าจับกุมฝูงคนที่ออกมาเรียกร้องข้อคิดเห็นต่าง การนำตนเองเข้าไปนอนในเรือนจำก็บางครั้งอาจจะไม่คุ้มกับการเขียนข่าวสารพวกนั้นสักเท่าไหร่ ถึงแม้ตอนสุดท้ายของ The Post จะสร้างแรงฮึกเหิมแล้วก็ความคาดหมายสำหรับเพื่อการต่อสู้เพื่อความอิสระสำหรับในการให้ความเห็นรวมทั้งเผยเรื่องราวที่ผิดจำต้องในประเทศพวกเราขึ้นมาบ้าง แต่ว่าความปรารถนาพวกนั้นเมื่อทวนดูดีๆก็ยิ่งทำให้พวกเราได้แต่ว่าห่อเหี่ยวกับอนาคตของประเทศมากมายไปกว่าเดิม ตั้งแต่การเข้าจับกุมกลุ่มของผู้คนที่ออกมาเรียกร้องความคิดเห็นต่าง การบล็อกเว็บไซต์ข่าวสารของสถานที่พิมพ์มีชื่อเสียงต่างถิ่น (ที่ดูเหมือนจะเปิดเผยความจริงแล้วก็ติชมอย่างไม่อ้อมค้อมกว่าสำนักข่าวในประเทศพวกเรา) และก็ยังรวมทั้งการที่ผู้นำประเทศออกปากด้วยตัวเองให้เลิกถามคำถาม แล้วก็กล่าวปนบังคับให้หยุดทำข่าวสารหัวข้อนั้นประเด็นนี้ ก็ยิ่งทำให้พวกเราท้อใจสำหรับเพื่อการสอบถามหาความอิสระ เสนอความเห็น และก็พิจารณาพฤติกรรมของรัฐบาลในประเทศพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆทุกครั้ง ที่ห่วยแตกไปกว่านั้นเป็นทุกคนจะเบาๆชินกับประโยคที่ว่า ‘อย่าไปยุ่งกับเขาเลย อย่าไปทำข่าวสารหัวข้อนี้เลย อันตรายซะไม่’ กระทั่งทำให้อดคิดมิได้ว่าในอนาคต สื่อของประเทศพวกเราก็คงจะไม่สามารถที่จะสัมผัสสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ ในขณะที่ความเป็นจริงแล้ว สื่อเป็นเฟืองสำคัญที่จะย้ำเตือน ‘สิ่งที่ถูกแล้วก็ต้องเป็น’ ให้กับคนภายในประเทศได้ดิบได้ดีที่สุด Tags: The Post , รีวิว The Post , Steven Spielberg , Meryl Streep , Tom Hanks […]

Little Women: แค่เพราะความฝันของฉันแตกต่างจากเธอ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่สำคัญ

เรื่อง: ปรับปรุง ค้าขาย Little Women: เพียงแค่ด้วยเหตุว่าความฝันของฉันต่างจากคุณ มิได้แปลว่ามันไม่มีความจำเป็น Highlights Little Women (2019) เป็นหนังเชื้อเชิญยิ้มและก็เชิญเสนอคำถามเรื่องโอกาสในชีวิตจากความสามารถของ Greta Gerwig ผู้กำกับหญิงผู้ครอบครองผลงาน Lady Bird เกอร์วิกจับวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องดังมาดัดแปลงเป็นหนังความยาว 2 ชั่วโมง 15 นาที ที่อบอุ่นแล้วก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา คุณยังทดสอบการเล่าแบบใหม่ด้วย 2 เส้นเรื่องขนานที่ทำให้พวกเราเพลิดเพลินใจไปกับช่วงวัยเด็กอันสดใสร่าเริงของเด็กผู้หญิงบ้านมาร์ช รวมทั้งสัมผัสความปวดใจของการเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของพวกคุณอีกทั้งสี่คน เกอร์วิกกลับมาพร้อมศิลปินคู่ใจจากหนังเรื่องก่อนอย่าง Saoirse Ronan สมทบกับศิลปินที่น่าจับตาดูอย่าง Florence Pugh แล้วก็ Timothée Chalamet มาพร้อมข้อความสำคัญที่ตั้งปัญหากับผู้ชมว่า ขณะนี้เพศหญิงได้รับการกระทำและก็การส่งเสริมอย่างทัดเทียมหรือยัง “โลกนี้อยู่ยากสำหรับเพศหญิงที่มักใหญ่ใฝ่สูง” Amy March จำนวนหนึ่งในสี่อ่อนประจำบ้านมาร์ช กล่าวเอาไว้ภายในฉากหนึ่งของ Little Women (2019) สะท้อนแนวความคิดของหญิงในศตวรรษที่ 19 ได้อย่างดีเยี่ยม หากแม้ในยุคนี้ที่หลักสำคัญด้านสังคมเกี่ยวกับสตรีอย่าง #Metoo มาแรง สื่อรื่นเริงช่วยเหลือกันขับเรื่องนี้ด้วยการสร้างหนังเพื่อนพ้องหญิงพลังหญิงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเรามีหนังวีรบุรุษหญิงรายได้พันล้าน มีการช่วยเหลือผู้กำกับหญิงเจ็นใหม่ที่มีฝีมือน่าสังเกต หรือแม้กระทั้งในฝั่งที่ไม่ใช่ฮอลลีวูดก็มีสื่อรื่นเริงที่ทำขึ้นเพื่อวิจารณ์การตัดทอนคุณประโยชน์ของหญิงในสังคมชายยิ่งใหญ่ อย่างปัจจุบันเป็นหนังเรื่อง คิมจี-ยอง กำเนิดปี 82 แม้กระนั้น ค่าความนิยมของสังคมที่มีต่อผู้หญิงก็ยังเป็นสิ่งที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยตั้งข้อซักถาม ท่ามกลางสื่อกระแสหลักที่ช่วยเหลือกันกล่าวประเด็นการเสมอภาค แม้กระนั้นข่าวสารการเลือกปฏิบัติต่อเพศหญิงอย่างไม่ธรรมก็ยังมีให้มองเห็นบ่อยมา สิ่งนี้ทำให้พวกเราถามว่า หรือเสียงของเพศหญิงจะยังดังน้อยเกินไป เหมือนกับ Greta Gerwig ผู้กำกับหนัง Little Woman เวอร์ชั่นปัจจุบัน ภาพ : Indiewire “ตอนนี้โลกนี้ก็ยังอยู่ยากสำหรับเพศหญิงที่ใฝ่สูง” คุณกล่าวเอาไว้ภายในบทสัมภาษณ์ของ Screen Rant หรือบางครั้งนี่บางทีอาจยอดเยี่ยมในเหตุผลที่ทำให้คุณต้องการดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขชาติชั้นวรรณะหูหัวข้อหลักให้แปลงเป็นหนังอีกที ถึงแม้มันจะผ่านการดัดแปลงแก้ไขมาแล้วถึง 6 ครั้งก็ตาม เมื่อคุณประกาศสร้างภายหลังบรรลุเป้าหมายกับหนังดังอย่าง Lady Bird พวกเราตั้งตารอตั้งตาคอยมองเลยว่า Little Women เวอร์ชั่นที่สร้างในสมัยที่สตรีมีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้นเรื่อยๆจะคืออะไร แล้วก็ภายหลังมองจบ พวกเรามีความรู้สึกว่าเกอร์วิกปลุกวรรณกรรมประเด็นนี้ให้ขึ้นมาโลดแล่นบนหน้าจอใหญ่ได้อย่างงดงาม ครึกครื้น แล้วก็แอบแฝงไปด้วยการถามเกี่ยวกับหนทางในชีวิตของเพศหญิงที่ไม่เคยเชย ภาพ : The Sun สำหรับคนที่ไม่รู้จักประเด็นนี้มาก่อน ขอเล่าให้ฟังอย่างคร่าวๆว่า Little Women เป็นวรรณกรรมที่เขียนโดย Louisa May Alcott เผยแพร่ในปี 1868 เล่าราวชีวิตของสี่สาวครอบครัวมาร์ช Meg (Emma Watson), Jo (Saoirse Ronan), Beth (Eliza Scanlen) และก็ Amy (Florence Pugh) ซึ่งดำเนินชีวิตอยู่กับแม่ในบ้านแสนอบอุ่นใกล้กับคฤหาสน์ของ Laurie (Timothée Chalamet) ชายหนุ่มหล่อที่เข้ามาสร้างสีสันให้ชีวิตผู้หญิงและก็แปลงเป็นชนวนสำคัญที่สร้างรอยร้าวระหว่างลูกพี่ลูกน้อง ก่อนสาวบ้านมาร์ชจำต้องแยกย้ายกันไปดำเนินชีวิตของตนเอง ถึงพวกเราจะมิได้ผูกพันกับ Little Women เท่าผู้ที่เคยอ่านวรรณกรรมหรือมองภาพยนตร์เวอร์ชั่นก่อนๆแม้กระนั้นเวอร์ชั่นของเกอร์วิกก็ดำเนินงานกับพวกเรามากพอที่จะทำให้ยิ้มเป็นบ้ารวมทั้งเสียน้ำตากลางทางไปหลายหยด BY WILSON WEBB/© 2019 CTMG, INC. ALL RIGHTS RESERVED. เกอร์วิกนำความแปลกใหม่มาให้ Little Women ด้วยการใช้กระบวนการที่ไม่เคยมีผู้กำกับใครทำมาก่อน โน่นเป็นการเดินเรื่อง 2 ไทม์ไลน์สลับกัน พวกเรามองเห็นพาร์ต before ตอนที่ทุกคนยังเป็นเด็กซึ่งไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจกับสิ่งใด กับพาร์ต after ตอนผู้หญิงโตเป็นผู้ใหญ่ที่จำเป็นต้องต่อสู้ในวิถีทางของตนเอง จะต้องเห็นด้วยว่าความเพลิดเพลินใจเจริญหัวใจจำนวนมากนั้นเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากงานภาพและก็คอสตูมที่ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดยุคเก่า รวมถึงเสน่ห์ของกลุ่มดาราซึ่งต่างเป็นตัวเอกน่าจับตาดูในแวดวงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรแนนแล้วก็พิวห์ที่ต่างก็เฉิดฉันในหน้าที่ของตน พิวห์เล่นบทเอมี่ น้องสาวขี้ริษยาได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู แอบร้ายกาจแม้กระนั้นอ่อนโยน ภายใต้สีหน้าท่าทางทระนงและก็แววตาตั้งใจจริง พิวห์ทำให้พวกเราสัมผัสได้ถึงมวลอารมณ์อึดอัดซึ่งกำลังร้อนรุ่ม ไม่ว่าจะมาจากการเป็นหญิงสาวผู้ไม่สมหวังในรัก หญิงสาวผู้ยังประสบความล้มเหลวในหน้าที่การงาน หรือหญิงสาวที่อดทนอดกลั้นต่อการโดนสังคมตีกรอบ BY WILSON WEBB/© 2019 CTMG, […]

ความรักของเผือก–พงศธร จงวิลาส

เรื่อง: ฆฤณ ถนอมคำเล่าลือ ความรักของเผือก–พงศธร ควรสวย “ผมเป็นคนจริงจังเรื่องความรักมาตลอด แต่ว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาผมยึดตนเองเป็นหลักเสมอ “เวลามีปัญหากับแฟน อะไรที่ผมมีความคิดว่าถูกก็จำเป็นต้องถูก เวลาทะเลาะกัน ผมจะโต้เถียงจนถึงชนะ ไม่ว่าเคสนั้นพวกเราจะไม่ถูกหรือเปล่า ผมมีความรู้สึกว่าการเถียงกันระหว่างเพศหญิงกับเพศชายเป็นราวกับเกม ถึงพวกเราไม่ถูกพวกเราก็จะเสียใจนิดหน่อยหนึ่ง พอเพียงแฟนเริ่มอ่อน เกมก็จะเริ่มกลับมาทางพวกเรา ผมจะชิงไหวชิงพริบกระทั่งชนะมาได้ตลอด เอาง่ายๆว่าผมเป็นคนดื้อด้าน ใจร้อน ไม่เคยมีความคิดว่าการคบใครซักคนจำต้องกลับเนื้อกลับตัว มันอาจเสมือนยุควัยรุ่นของทุกคนที่ต้องการมีคู่รักสักผู้ที่ข้าควรเป็นข้า เราไม่ต้องเปลี่ยนแปลง หากฉันแปลงมีความหมายว่าคนนี้ไม่ใช่ ก่อนหน้าที่ผ่านมาผมเป็นคนอย่างนั้น ผู้ที่จะเข้ามาคบกับพวกเราเลยจำเป็นต้องหมุนตาม “ผมพบลูกจ้ะคราวแรกที่การแสดงดนตรีของคลื่นเมื่อหลายปีที่ผ่านมา นึกออกว่านักจัดรายการวิทยุอิคคิว (พีระพล เสนาคุณ) เรียกผมให้ไปดูเขาที่พึ่งจะเข้ามาเป็น AE คนใหม่ ผมเดินตามไปโดยมิได้คิดอะไรด้วยเหตุว่าในช่วงเวลานั้นมีคนรักอยู่แล้ว แม้กระนั้นเพียงพอไปมองเห็นก็มีความคิดว่า โอ้โห งามเชียว แต่ว่าเขาอาจมีคู่รักแล้วมั้ง มิได้พอใจอะไร “อีกหนึ่งจุดอ่อนที่ผมเป็นมาตลอดชีพเวลามีคนรักเป็นผมเป็นคนสุนัขหยอกเย้าไก่ ผมถูกใจเล่นกับผู้หญิงแม้กระนั้นมิได้ขมักเขม้น กับลูกขาก็เป็นอย่างนั้น เวลาไปงานร่วมกันพวกเราก็เย้าหยอกกันไปๆมาๆเล็กๆน้อยๆแต่ว่าก็มิได้มีอะไร “เพียงพอจบกับคนรักเก่า ผมกับลูกคะก็ยังเย้าหยอกกัน แม้กระนั้นครู่หนึ่งพวกเราเริ่มมีความคิดว่ามันมีอะไรมากยิ่งกว่านั้น พวกเราเริ่มคุยกันหลายครั้งขึ้นกระทั่งปรับปรุง ถ้าหากถามคำถามว่าในเวลานั้นมีอะไรให้มั่นอกมั่นใจไหมว่ากับลูกคะจะออกมาดี ผมรู้สึกว่าไม่มีแม้กระทั้งนิดนึงเลยจ๊ะ “ยังบอกโบ (นักจัดรายการวิทยุโบ–ธนาแขน คุ้นชินข้าล เพื่อนซี้เผือก) อยู่เลยว่าชั่วชีวิตฉันดูแลเขาได้ไม่ถึง 6 เดือนหรอก แต่ว่าเวลานี้ราวกับผมเพียงแค่ต้องการทดลองดูสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต “ลูกจ้ะเป็นหญิงแบบที่ผมไม่เคยพบมาก่อน เขามองเป็นหญิงไฮโซ ในวันที่ทุกคนสวมเสื้อคลื่นมางาน เขาใส่เดรสดำ ตะพายชาแนล ผมมิได้คาดหมายอะไรเลยตอนกระโจนลงไปในสนามนี้ “ตอนที่จีบกัน พวกเราทั้งสองมีทั้งยังตอนโปรโมชั่นแล้วก็ตอนที่ห่างกัน ราวกับเพียงพอคุยกันไป ผมเริ่มมีความรู้สึกว่าไม่ใช่หรอก มองที่ที่เขาไปทานข้าวสิ แล้วมองที่ที่พวกเราไป ด้วยเหตุผลดังกล่าวอย่าเลย ชีวิตผมน่าระอาจะตาย เลิกงาน กลับไปอยู่บ้าน ต้องการเข้ามาอยู่หรอ ชีวิตแม่งโคตรไม่มีอะไร แม้กระนั้นแปลงเป็นว่าเขาถามกลับมาว่า เพราะอะไรถึงตัดช่องทางเขาล่ะ เพราะเหตุไรถึงมีความรู้สึกว่าชีวิตที่เขาอยู่มันดี คำว่าดีเป็นยังไง ผมพึ่งมารู้คราวหลังว่าตอนห่างกันลูกค่ะรู้สึกไม่ดีมากมาย พวกเราราวกับเป็นคนอีกแบบที่เขาไม่เคยพบ เขาเลยมีความรู้สึกว่าเสียบางสิ่งบางอย่างไป “เวลาผ่านมาจนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งที่ผมจำต้องไปปฏิบัติงานแล้วลูกคะไปเป็น AE ในงานนั้นพอดิบพอดี พวกเราหลีกเลี่ยงๆการพบกัน แต่ว่าภายหลังจากงานเลิก ผมขับขี่รถออกมาติดไฟแดง ไม่น่าเชื่อว่ารถยนต์ลูกค่ะมาติดอยู่ด้านข้างพอดิบพอดี โคตรละครเลย ผมหันไปมองเห็นเขาร้องไห้ พวกเราเลยมีความคิดว่าในเมื่อความรู้สึกที่มีให้กันมันขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นเริ่มคบกันมุ่งมั่นเลยดีมากยิ่งกว่า “เพียงพอเริ่มคบกัน หลายๆอย่างเริ่มชัดขึ้น การคบกับลูกคะเป็นโลกอีกใบที่ผมไม่เคยพบ เวลาดูลูกคะเสมือนพวกเราแลเห็นตนเอง จุดอ่อนทุกๆอย่างที่พวกเรามี พวกเรากำลังมองเห็นในตัวเขา สำคัญๆเป็นเรื่องใจร้อนรวมทั้งดื้อด้าน พวกเราเคยเป็นศูนย์กลางของคู่รักที่จะเข้ามา แม้กระนั้นในขณะนี้พวกเราดันมาพบผู้ที่เช่นเดียวกัน ปัญหามันเลยเกิดขึ้นเรื่อยเรื่องที่ไม่ใช่สาระพวกเราก็ทะเลาะกัน นับว่าหนักเช่นเดียวกันนะ “จากความนึกคิดที่ว่าอะไรที่พวกเราถูกทำไมพวกเราจำเป็นที่จะต้องยอม พวกเราต้องการชนะ แม้กระนั้นเพียงพอมาพบลูกค่ะ ช่วงแรกพวกเราใช้แนวทางเดิมแม้กระนั้นพวกเรากลับทะเลาะกันไม่จบสักครั้ง แม้ว่าพวกเราถูกด้วยนะ จะดึงระทดก็ไม่เคยได้ ไม่มีคำว่าชนะ จังหวะไม่เคยกลับมาเป็นของพวกเราเลย ท้ายที่สุดก็จำเป็นต้องยอมขออภัยก่อน “หรือมีอยู่งานหนึ่งที่ลูกค่ะไปเป็น AE แล้วผมกับโบจำเป็นต้องไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ตัดสินคัดเลือกน้องสตรี ผมล้อเลียนสุนัขเย้าหยอกไก่ตามเดิมเสมือนที่เคยเล่นมาตลอด เสร็จงานนั้นเขาก็โทรมาว่าเพราะอะไรเล่นแบบงี้ ผมอุตสาหะชี้แจงว่านี่เป็นงาน แต่ว่าต่อจากนั้นก็โดนชุดใหญ่ อีกเรื่องเป็นผมไปเล่นละครแล้วจะต้องมีฉากจูบ ผมก็หลีกเลี่ยงไปเป็นจูบกึ่งกลางกระหม่อม ในขณะนั้นเกือบจะบ้านแตกเลยเช่นกันเนื่องจากเขาตามมามองย้อนไป “ถ้าเกิดเป็นตัวพวกเราคนก่อนจำเป็นต้องไม่ยินยอมแน่นอนเนื่องจากว่านี่เป็นงาน แม้กระนั้นแปลงเป็นว่าพวกเราเดี๋ยวนี้กลับรู้สึกโอเค ไม่เล่นทางนี้อีกก็ได้ เพราะว่าหากมันจะมีปัญหาผมไม่เล่นก็ได้ สิ่งนี้เป็นความเคลื่อนไหวจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผมไม่เคยทำอย่างงี้มาก่อนเลยในชีวิต ถึงจุดหนึ่งพวกเราเริ่มงงมากกับตนเองว่าเพราะเหตุไรจำเป็นต้องยอมขนาดนี้ ทะเลาะกันร้ายแรงแค่ไหน ทุกหนจะจบลงที่ผมยอม เป็นอย่างงี้มาตลอดจนครั้งคราวพวกเราก็คิดแบบเดียวกันว่านี่ใช่หรอวะ จะอยู่กับเขาได้ไหมวะ จะก่อให้เขาแฮปปี้ได้หรือไม่ มันกวนโอ๊ยผมอยู่เสมอ “แม้กระนั้นเชื่อไหมว่าครั้งใดก็ตามงง ผมไม่เคยคิดเลยคะว่าจะเลิกกับลูกค่ะ “เปลี่ยนเป็นว่าผมก็คือเขา พอเพียงคบกับลูกคะไปเรื่อยพวกเราเริ่มมองเห็นข้อผิดพลาดต่างๆที่พวกเรามีตลอดชีวิต มันทำให้รู้เรื่อง เวลาโกรธ ผมใช้แนวทางเดิมมิได้ มันเปลี่ยนเป็นว่าพวกเราจำต้องสลับตัวเองแทน ไม่อย่างนั้นไม่รอด มีบ้างที่คิดว่าเหน็ดเหนื่อยจังเลย เถียงอีกแล้ว แต่ว่าท้ายที่สุดผมก็ขอคืนดีเขาอยู่ดีแล้วกลับมาคืนดีกันตลอด “เอาจริงเอาจังๆนะ เพียงพอถึงวัยหนึ่ง ความอวดดื้อถือดีไร้สาระเลย ถ้าเกิดทะเลาะกันแล้วโต้เถียงกันจนถึงชนะ แต่ว่าชนะไปแล้วได้อะไรล่ะ พวกเรายังจำเป็นต้องอยู่บ้านเดียวกัน จะต้องมองเห็นสีหน้าท่าทางที่ปราศจากความสุขถัดไปอีกกี่ชั่วโมง เดินอยู่ในบ้านเดียวกันแต่ว่าถามคำตอบคำ แถมกำเนิดเป็นความรู้สึกอึนๆด้วยเหตุนั้นจะชนะไปเพราะอะไร สำหรับผมไอ้ความอวดดื้อถือดีนี้มันสลายไป ผมไม่ได้อยากชนะ ผมเพียงแค่ต้องการที่จะให้บรรยากาศกลับมาดีด้วยแนวทางอะไรก็ได้ “ถามคำถามว่าหากผมไม่ยินยอมพวกเราจะเลิกไหม ผมมั่นใจว่าถ้าเกิดแย้งกันแบบมุ่งมั่น ท้ายที่สุดลูกคะจะยอมผมนะ แต่ว่าพวกเราก็มีความรู้สึกว่าไม่ได้อยากโต้แย้งไปถึงจุดนั้น พวกเรายอมเองก็จบ อะไรที่หลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง ลูกขาก็รักผมมากมาย เขายังเคยบอกเลยว่าอย่ามีความรู้สึกว่าจะเลิกกับเขาได้อย่างไม่ยากเย็น(หัวเราะ) “เพียงพอผ่านโกรธแค้นยะหนึ่ง ถ้าเกิดเปรียบเทียบเป็นแผนภูมิความเกี่ยวเนื่อง ผมกับลูกคะจะเป็นแผนภูมิที่สวิง วันไหนดีดีแล้ว วันไหนทะเลาะเบาะแว้งก็ตกลงมาหน่อย แม้กระนั้นโดยรวมก็คลี่คลายขึ้นนะ เขาเริ่มรู้และเข้าใจดีแล้วว่าผมเป็นคนเช่นไร กระทั่งวันหนึ่งจากความโลเลที่มีอยู่เสมอ พวกเราก็เชื่อมั่น “วันนั้นผมไปดูหนังกับลูกค่ะแต่ว่าแยกกันมองด้วยเหตุว่าผมต้องการมองการ์ตูน ตอนแยกเข้าไปในโรงเปลี่ยนเป็นว่าผมหวนนึกถึงเขา นั่งๆไปแล้วจู่ๆพวกเราก็คิดว่าดูหนังผู้เดียวมิได้แล้วว่ะ อะไรที่ลังเล พวกเราตอบได้ในชั่วโมงกว่าๆว่าผมกับลูกค่ะไม่ใช่จบโดยการเลิกแน่นอนนี่พวกเรามานั่งดูหนังผู้เดียวยังเหวอเลย แล้วอะไรที่มากกว่านั้น พวกเราแทบจะไม่ได้อยากต้องการจะคิด “กลับไปอยู่ที่บ้านมาวันนั้น ผมบอกลูกขาเลยว่าพวกเราสมรสกันนะ ผมมั่นอกมั่นใจแล้ว และก็ลูกค่ะก็ตอบตกลง “มีเรื่องมีราวคลาสสิกอยู่เช่นเดียวกัน ถ้าหากใครกันแน่ที่รู้จักผมจะทราบดีว่าเพลง บ้านของหัวใจ ของ Superbaker เป็นเพลงของผมเลย ผมถูกใจเพลงนี้มากมาย เนื้อเพลงทุกท่อนโดนมากมาย บ่อยที่ผมเปิดฟังแล้วร้องไห้ ผมเคยกล่าวในรายการวิทยุที่จัดเพราะว่าหากจะขอเพศหญิงสมรสผมจะใช้เพลงนี้ ตัดมาที่ลูกขา ยุคเด็กๆเขาก็ถูกใจเพลงนี้ เขาเคยบอกกับคู่หูว่าถ้าเกิดมีคู่รักแล้วแฟนให้เพลงนี้กับเขา เขาจะสมรสด้วย “ในที่สุดผมก็ใช้เพลงนี้ย่อเข่าขอลูกจ้ะสมรส เพลงนี้เปลี่ยนเป็นเพลงของพวกเรา แล้วก็พี่ๆSuperbaker ก็มาเล่นเพลงนี้ในงานสมรสของพวกเราด้วย “ผมมีความคิดว่าถ้าเกิดความรักของคนสองคนมีเป้าหมายเดียวกัน แม้กระทั่งมีปัญหาอะไรพวกเราก็สามารถกลับตัวกลับใจได้ ถ้าหากตกลงใจจะอยู่ร่วมกันแล้ว ตัวตนหรือจุดอ่อนใดๆมันเปลี่ยนแปลงได้หมด จะช้าหรือเร็วสุดแต่กรณี ผมโชคดีที่เป็นข้างเริ่มยอมมากมายๆก่อน ด้วยเหตุว่าภายหลังจากสมรสมาลูกขาก็มานะจะเปลี่ยนแปลงด้วยเหมือนกันเพียงแค่ตามมาคราวหน้า ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็นว่าทั้งสองฝ่ายช่วยเหลือกัน “ตอนนี้ผมแฮปปี้มากมายๆลูกจ้ะกำลังตั้งครรภ์ เพียงพอมีลูกขึ้นมามันทำให้พวกเราเห็นค่าในตัวเมียพวกเรามากมาย จากผู้ที่แขนใหญ่ขึ้นหนึ่งเซนฯ ก็ถามผมทุกวี่ทุกวัน เดี๋ยวนี้พอเพียงมีลูกเขาจะต้องพบสารพัน น้ำหนักเพิ่ม แพ้ท้อง ปวดหลัง สิวขึ้น ปวดตัว ร้องไห้ คลื่นไส้ ภาวะจิตใจก็ห่วยแตก มันทำให้ผมมีความรู้สึกว่าเพศหญิงคนนี้เป็นผู้ที่พวกเราจำต้องดูแลแล้วก็เกื้อกูล ผมจะต้องทำทั้งหมดทุกอย่างโดยนึกถึงเขาก่อน จากเดิมที่ทำแบบนั้นอยู่แล้วพวกเรายิ่งจำต้องทำมากขึ้นไปอีก “การตัดสินใจยอมกลับใจถือว่าเป็นการตกลงใจที่ถูกมากมายๆกาลครั้งหนึ่งในชีวิตผม หากผมยอมหรือท้อไปเสียก่อน ทุกๆวันนี้ชีวิตจะเป็นเยี่ยงไรก็ไม่ทราบเลย พวกเราเป็นไปไม่ได้คบกันได้แน่นอนด้วยเหตุผลดังกล่าวมันคุ้มกับที่พวกเราเพียรพยายามเปลี่ยนแปลงตนเองมาตลอด ทุกสิ่งในเวลานี้ทำให้มองเห็นแล้วว่ามันดี เพียงแค่พวกเรายินดีที่จะแปลงและก็ซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน พวกเราก็ไม่มีมูลเหตุที่จะเลิกร้างแล้ว “ผมมีความรู้สึกว่าคนจำนวนมากมักรู้สึกว่าจะหาผู้ที่ใช่ ไม่ใช่ก็เลิก แต่ว่าถ้าหากมีอะไรสักอย่างที่ผมพอเพียงจะบอกได้ ผมอาจกล่าวว่า ใจเย็นๆวันหนึ่งหากคุณอายุยง 30 ขึ้นไป คุณจะทราบว่าผู้ที่เพอร์เฟกต์หรือโคตรใช่สำหรับคุณมันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีล่ะ หากคุณได้พบคนนั้นก็ยินดีด้วย คุณโชคดีมากมาย แม้กระนั้นหากไม่ใช่ คุณทดลองให้เวลากันไปก่อนไหม ไม่ใช่ว่าสิ่งไหนไม่ใช่ก็เอาทิ้ง ทดลองให้เวลาหน่อย “วันหนึ่งคุณอาจจะรู้สึกตัวว่าเวลาจะก่อให้คุณแปลงได้จริงๆถ้าหากคนคนนั้นคุ้มมากพอ “หากคุณไม่ได้อยากเสียเขาไป ก็ทดลองเพียรพยายามสลับตัวเองมอง” เรื่องราวความรักของ เผือก–พงศธร ควรงาม หนึ่งใน 15 เรื่องราว ‘คนแปลงชีวิต’ ใน #aday222 #alifethatchangedmyday สามารถพรีออร์เดอร์เพื่ออ่านเรื่องราวเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนอื่นได้แล้ววันนี้ที่ https://godaypoets.com/a-day-222 Tags: Love , ความรัก , เผือก , a life that changed my day , a day 222 Author ฆฤณ ถนอมคำเล่าลือ ชายชื่อแปลกผู้มั่นใจว่ามนุษย์เปลี่ยนตลอดระยะเวลา เพราะว่าพวกเราเติบโตขึ้นมาจากเมื่อวานนี้ตั้ง 1 วัน Photographer นักปราชญ์สิน ทองรังสิกุล ผู้ครอบครองเพจ T E 4 M ที่เผลอไผลในมุกขบขันคาเฟ่รวมทั้งถูกใจเจ้าตูบหน้าย่นย่อเป็นที่สุด

ฟาร์มปูนา; ขายออนไลน์ สร้างรายได้ระหว่างเรียน

‘ฟาร์มปูนา’ ขายออนไลน์ สร้างรายได้ระหว่างเรียน

นักศึกษา ลงทุนทำอาชีพเพาะพันธุ์ปูนาขาย สร้างรายได้ระหว่างเรียน ตรวจสอบพบ น.ส.สุธิดา สุขวิเศษ อายุ 21 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ที่ 13 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นผู้เพาะเลี้ยงปูนา พร้อมพาชมจุดเพาะเลี้ยงบริเวณข้างบ้าน พบพ่อแม่พันธุ์ปูนาขนาดใหญ่ ก้ามโต รวมไปถึงลูกปูนาอีกจำนวนมาก ถูกแยกเลี้ยงเป็นอย่างดีอยู่ในรองปูนและกะละมังพลาสติก เพื่อเตรียมจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อ และผู้ที่นำไปบริโภค น.ส.สุธิดา เปิดเผยว่า ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาสังคมศึกษา คณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ทำให้มีค่าใช้จ่ายมาก จึงคิดอยากหาอาชีพระหว่างเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางหนึ่ง จึงหาข้อมูลอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ด้วยมีความสนใจและผลิตผลยังเป็นที่ต้องการของตลาด จนพบกับอาชีพการเลี้ยงปูนา สำหรับวิธีการเลี้ยง ตนจะออกจับปูนาที่มีขนาดใหญ่เพื่อนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ ตามทุ่งนาในละแวกบ้าน โดยดูจากความสมบูรณ์ของลำตัวก้ามและขาทั้ง 8 ต้องมีความแข็งแรง จากนั้นจึงนำไปเพาะเลี้ยงในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ โดยใช้บ่อปูนซีเมนต์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 ซ.ม. ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย และใส่อิฐบล็อกแบบมีรูเพื่อให้ปูใช้เป็นที่หลบซ่อนตัว รวมทั้งการนำดินท้องนาที่มีต้นหญ้าหรือต้นข้าว ทำเป็นเนินสำหรับให้ปูขึ้นมาพักและกัดกิน ซึ่งบ่อ 1 ใบ จะใส่พ่อแม่พันธุ์ปูนาจำนวน […]

ป่าช้าเหงา; สมุนไพรชื่อแปลก แต่ประโยชน์เพียบ

‘ป่าช้าเหงา’ สมุนไพรชื่อแปลก แต่ประโยชน์เพียบ

‘ป่าช้าเหงา’ หรืออีกชื่อคือหนานเฉาเหว่ย มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน ถูกนำมาขยายพันธุ์ในประเทศไทยหลายปีแล้ว นอกจากนี้ยังมีอีกชื่อที่เป็นภาษาล้านนาและไทใหญ่ว่า ป่าเฮ่วหมอง ซึ่งคำว่า ‘ป่าเฮ่ว’ หมายถึงป่าช้าจึงมีความหมายว่า ป่าช้าหม่นหมองเนื่องด้วยสมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไรพที่อยู่คู่ภูมิปัญญาชาวบ้านมาช้านาน ทั้งยังมีสรรพคุณที่ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ จนทำให้ไม่มีใครต้องเสียชีวิต จนกลายเป็นที่มาของชื่อ ‘ป่าช้าเหงา’ ที่เราได้ยินกันจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง นอกจากในประเทศไทยแล้ว ชาวโลกรู้จักสมุนไพรชนิดนี้ ตั้งแต่แอฟริกาที่ใช้กินเป็นผักและใช้รักษาโรคมาเลเรีย ที่อเมริกาก็ ขายเป็นยาเพิ่มภูมิคุ้มกัน เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม เบาหวาน และต่อมลูกหมาก รวมทั้งควบคุมน้ำตาล ที่พม่าและมาเลเซียก็รู้จัก แต่ดังจากเมืองจีนก่อนจะมาดังในเมืองไทยไม่นาน แม้ว่าก่อนหน้านี้มีแต่พ่อหมอไทใหญ่เขาใช้แก้โหลง คือ ยาแก้พิษ สำหรับชาวกะเหรี่ยงจะใช้เป็นยาแก้หวัด และเรียกยาแก้ขม ทั้งๆ ที่ใบขมมากๆ ส่วนตำหรับยาล้านนาใช้รักษาโรคเรื้อรังที่เรียกว่า โรคสานคือโรคที่มีก้อนเนื้อผิดปกติรวมทั้งฝีต่างๆ และโรคขาง คือแผลเปื่อยเรื้อรังตามอวัยวะต่างๆ ป่าช้าเหงาถูกจัดเป็นสมุนไพรที่ได้รับ ความนิยมมาก เพราะตั้งแต่ปี 2547 ที่ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดทำโครงการ ชลอวัยไกลโรค ได้สืบหาสมุนไพรสำหรับผู้สูงอายุ ก็ได้พบที่ บ้านสามขา จังหวัดลำปาง เริ่มวิจัย จัดทำข้อมูล พบว่ามีสรรพคุณที่ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายโดยอัลฟาท็อกซิน ป้องกันสารพิษไม่ให้ตับเสียจากเบาหวาน และไตวาย ปัจจุบันมีขายทั้งต้นสด […]

เนื้อสัตว์สังเคราะห์ แก้ปัญหาอาหารขาดแคลน ลดต้นทุน ดีต่อสิ่งแวดล้อม

“เนื้อสัตว์สังเคราะห์” แก้ปัญหาอาหารขาดแคลน ลดต้นทุน ดีต่อสิ่งแวดล้อม

อนาคตอันใกล้นี้จะมีทิศทางการผลิตเนื้อสัตว์เพื่ออนาคตโดยไม่จำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์เหล่านั้นเพื่อฆ่าเป็นอาหารอีกแล้ว โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาอาหารขาดแคลนที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอาหารในหมู่โปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายและการเจริญเติบโต ที่สำคัญคือดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะ (พยายาม) ผลิตโดยการใช้พลังงาน อาหาร น้ำ และทรัพยากรอื่นๆ น้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารแบบทั่วไป เนื่องด้วย Digital Transformation เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบของทุกธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่อาหารที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการในวิธีการและรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งเมื่อผสานกับ Food Tech ก็ทำให้เกิดอาหารที่มีความปลอดภัย หลากหลาย เข้าถึงง่าย และมีราคาถูกลง ตัวอย่างเช่น การย้ายแหล่งเพาะปลูกเข้าสู่เมืองเพื่อกระจายอาหารสดใหม่โดยการคิดค้นวิธีปลูกพืชที่ไม่ต้องใช้ดินหรือแสงแดด เพื่อให้สามารถปลูกผักและผลไม้ภายในเมืองใหญ่และนำผลผลิตที่สดใหม่มาจำหน่ายแก่ชาวเมืองได้ทันทีด้วย E-commerce โดยอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในวงการ FoodTech ก็คือ Future of Meat หรือทิศทางการผลิตเนื้อสัตว์เพื่ออนาคต มีบริษัทสตาร์ทอัพหลายแห่งที่พยายามศึกษา วิจัย และทดลอง ปลูกถ่ายเซลล์เพื่อผลิตเนื้อสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารสำหรับรับประทานโดยไม่จำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์เหล่านั้นเพื่อฆ่าเป็นอาหารอีกแล้ว ดังเช่นสตาร์ทอัพจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ชื่อว่า Mosa Meat ที่ได้คิดค้นการสร้างโปรตีนสังเคราะห์ราคาถูกในรูปแบบของเนื้อเบอเกอร์จาก Stem Cell ที่มีต้นทุนเพียง 11 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถูกกว่าเนื้อเบอเกอร์สังเคราะห์ในตลาดที่มีต้นทุนหลักแสนเหรียญสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งในความหวังที่จะกระจายอาหารประเภทโปรตีนไปยังประชากรโลกให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้นอกจากคนรักสัตว์จะได้เฮกันแล้ว ยังเป็นความพยายามแก้ไขปัญหาอาหารขาดแคลนที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอาหารในหมู่โปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายและการเจริญเติบโต แต่มีราคาแพงและต้นทุนสูง […]

ปลาฉิ้งฉ้าง โกอินเตอร์ สร้างรายได้สู่ชาวประมง

“ปลาฉิ้งฉ้าง” โกอินเตอร์ สร้างรายได้สู่ชาวประมง

ปลาฉิ้งฉ้าง เป็นปลาที่รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวจังหวัดอันดามัน อาหารท้องถิ่นหลายๆเมนู มักจะมีปลาฉิ้งฉ้างเป็นส่วนประกอบหลัก ปลาฉิ้งฉ้าง คือ ปลาประเภทเดียวกับปลากะตักของภาคกลาง เป็นปลาผิวน้ำขนาดเล็ก อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ลำตัวเรียวยาว และแบนข้าง มีสันหนามที่ท้อง ขากรรไกรบนยาวเลยหลังตา ครีบหลังตอนเดียว ครีบหางเว้าลึก มีแถบสีเงินพาดผ่านในแนวยาวของลำตัว ในพื้นที่อันดามันมีการจับปลาชนิดนี้มาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ซึ่งปลาฉิ้งฉ้างของอำเภอเกาะยาว ถือเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับชาวประมงเกาะยาวได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติที่อร่อยกำลังดีไม่เค็มมาก โดยส่งไปขายทั่วทุกภาคของประเทศ และยังส่งจำหน่ายในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน นางสุนีย์ ดำสมุทร อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/2 ม.2 ต.เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา กล่าวว่า ชาวอำเภอเกาะยาวได้ประกอบอาชีพทำปลาฉิ้งฉ้างมาตั้งแต่โบราณ ตนเองมีเรือประมงที่ออกจับปลาฉิ้งฉ้าง ทุกวัน หลังจากที่จับปลาได้มาแล้วชาวประมงก็จะทำการต้มให้สุกบนเรือทันทีเพราะหากปล่อยทิ้งไว้ปลาจะท้องแตกทำให้ตัวปลาไม่สมบูรณ์และความอร่อยจะลดลง ก่อนจะนำขึ้นฝั่งนำมาตากแดดให้แห้งอีกครั้งหนึ่งก็จะสามารถกินได้ และ แพ็คใส่ถุงนำไปจำหน่ายได้เลยโดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน ขายส่งกิโลกรัมละ 130 บาท ขณะที่นส.ธิดา ปิริยะ อายุ 47 […]