เรื่อง: คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง September 20, 2019 Once Upon a Time in…Hollywood : ประวัติศาสตร์ที่พึ่งสร้างของ เควนตำหนิน ทารันตำหนิโน Highlights ภาพยนตร์หัวข้อนี้เป็นผลงานปัจจุบันของ Quentin Tarantino ผู้กำกับที่เป็นเซียนด้านการเล่นกับ ‘เวลา’ คราวนี้เขาเข้าไปสัมผัสเหตุฉาวโฉ่อย่างคดีการฆาตกรรม Sharon Tate หนังเล่าถึงกรุ๊ปวัยรุ่นฮิปปี้ที่เดินร่อนไปๆมาๆตามถนน แม้กระนั้นถ้าทราบภูมิหลังมาบ้างจะอดขนลุกมิได้ เพราะเหตุว่าพวกเขาและก็คุณเป็นสาวกของ Charles Manson ที่ก่อเหตุฆ่าคนไปๆมาๆกมายในตอนสมัย 60s ไตเติลเรื่องที่ขึ้นว่า ‘Once Upon a Time in…Hollywood’ มันเป็นการย้ำเตือนว่านี่เป็นเรื่องแต่ง นี่เป็นนิทานพวกที่เปิดเรื่องด้วยประโยค ‘กาลครั้งหนึ่ง…’ ที่มีฉากจบงาม ตรงกันข้ามกับโลกข้อเท็จจริงอันป่าเถื่อนสุดกู่ *เนื้อหานี้เผยรายละเอียดในหนัง* Quentin Tarantino เป็นผู้กำกับหนังที่เป็นเซียนด้านการเล่นกับ ‘เวลา’ อย่างแน่นอน ในคลาสวิชาภาพยนตร์เมื่อเอ่ยถึงการเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลา (หรือที่เรียกว่าการเล่าแบบ jigsaw) หนึ่งในหนังที่นิสิตฟิล์มถ่ายรูปพร้อมใจกันรำลึกถึงก็คือ Pulp Fiction (1994) หรือหนังหลายเรื่องของเขาก็ชอบมีฉากที่เล่าถึงนักแสดงหรือเหตุการณ์อะไรก็ตามอย่างช้านาน ในขณะที่มันบางครั้งก็อาจจะมิได้มีความสำคัญต่อเรื่องราวหลัก พูดได้ว่าเป็นความยียวนอย่างหนึ่งของทารันตำหนิโน ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 00 เป็นต้นมา ทารันตำหนิโนยกฐานะการเล่นกับเวลาไปสู่การยั่วล้อทางประวัติศาสตร์ เขาบิดดัดและก็เติมแต่งเหตุเข้าไปจนกระทั่งแปลงเป็นการสรรค์สร้าง ‘ประวัติศาสตร์โอกาส’ (alternate history) ไม่ว่าจะการที่เหล่าที่นาซีถูกเผาตายค้างโรงภาพยนต์ใน Inglourious Basterds (2009) หรือการที่ชาวผิวสีแปลงร่างเป็นคาวบอยออกแก้เผ็ดพวกดูถูกผิวใน Django Unchained (2012) ส่วนผลงานปัจจุบัน Once Upon a Time in…Hollywood (2019) ทารันติเตียนโนก็เข้าไปแตะเหตุโจษจันอย่างคดีการฆ่าสังหาร Sharon Tate เรื่องราวของ Once Upon a Time in…Hollywood กล่าวถึง Rick (Leonardo DiCaprio) กับ Cliff (Brad Pitt) ดาราหนังชายหนุ่มแล้วก็สตันท์แมนคู่ใจกับชีวิตลุ่มๆดอนๆในฮอลลีวูด เวลาเดียวกันหนังก็เล่าถึงกรุ๊ปวัยรุ่นฮิปปี้เดินร่อนไปๆมาๆตามถนน มองผิวเผินบางทีอาจรู้สึกงงว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้โผล่มาในหนังเพราะเหตุใด แต่ว่าถ้าทราบภูมิหลังมาบ้างจะอดขนลุกมิได้ เนื่องจากพวกเขาและก็คุณเป็นสาวกของ Charles Manson (หรือ ‘Manson Family’) ที่ก่อเหตุฆ่าคนไปๆมาๆกมายในตอนสมัย 60s ผู้แสดงริกรวมทั้งคลิฟฟ์ที่เกิดเรื่องแต่งถูกโยงใยกับโลกเรื่องจริง เมื่อเพื่อนบ้านด้านข้างของเขาเป็น ผู้แสดงสาว ชารอน เทต แล้วก็ Roman Polański (ผู้กำกับเรื่อง Rosemary’s Baby) โดยในตอนกลางคืนของวันที่ 8 ส.ค. 1969 กรุ๊ปแมนสันแฟมิลี่ 3 คนได้บุกก่อเหตุฆ่าหมู่ในบ้านของเทโคนปิ้งป่าเถื่อน ทำให้เทต ทารกในครรภ์ของคุณ รวมทั้งเพื่อนอีก 3 ผู้ตาย (ส่วนโปลันสกีตอนนั้นเดินทางไปหาข้อมูลที่ยุโรป) หลายๆคนแสดงข้อสงสัยที่นักแสดง ชารอน เทต (สวมบทบาทโดย Margot Robbie) เป็นเพียงแค่หญิงสาวที่เดินงามๆไปๆมาๆอีกทั้งเรื่อง แต่ว่าโน่นน่าจะเป็นเจตนาของทารันว่ากล่าวโน เนื่องจากว่าเมื่อเอ่ยถึงชื่อของเทตทีไร ข่าวสารการสังหารอันป่าเถื่อนก็จะตามติดมาทันหน ทารันตำหนิโนคงจะต้องการที่จะให้พวกเราเห็นภาพคุณในฐานะศิลปินสาวที่เป็นสุข ฉากที่นักเขียนคิดว่าจับใจมากมายเป็นขณะที่คุณเข้าโรงหนังไปดูหนังของตน ซึ่งทำให้เทตดูสดชื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยเหตุผลดังกล่าวคนเขียนก็เลยโมเมเอาเองว่าโปลันสกีคงจะถูกใจหนังหัวข้อนี้ ถึงแม้ว่ามันจะมีฉากที่กล่าวถึงตัวเขาในทางที่ไม่ดีนัก แม้กระนั้นสิ่งสำคัญเป็นทารันว่ากล่าวโนพรีเซ็นท์ภาพของเทโคนปิ้งยกย่องแล้วก็สวย ส่วนตอนจุดสุดยอดของเรื่อง ทารันตำหนิโนก็แต่งประวัติศาสตร์เสียใหม่อย่างสนุกสนานมือ พวกแมนสันแฟมิลี่แปลงแผนไปบุกบ้านของริกรวมทั้งคลิฟฟ์ จนถึงทำให้ถูกทั้งคู่อัดสกปรก และก็ตอนสุดท้ายของเรื่องเทตรวมทั้งเพื่อนพ้องๆก็ไม่ตาย แถมยังมาเชื้อเชิญริกไปงานเลี้ยงที่บ้านด้วย อย่างไรก็แล้วแต่ นักเขียนกลับคิดว่าฉากจบของหนังมันทุกข์ใจเอามากๆเมื่อไตเติลขึ้นเรื่องว่า ‘Once Upon a Time in…Hollywood’ มันเป็นการย้ำเตือนว่านี่เป็นเรื่องแต่ง นี่เป็นนิทานชนิดที่เปิดเรื่องด้วยประโยค ‘กาลครั้งหนึ่ง…’ ที่มีฉากจบงดงาม ตรงกันข้ามกับโลกเรื่องจริงอันชั่วร้ายอย่างสุดกู่ แม้กระนั้น Once Upon a Time in…Hollywood ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างยอดเยี่ยม บางทีอาจเพราะเหตุว่าทารันว่ากล่าวโนให้สิ่งที่ผู้ชมปรารถนา ในความนึกคิดของคนจำนวนมากแมนสันแล้วก็พวกเป็นคนเลวทราม เหมาะแล้วที่จะถูกทรมานแบบในหนัง (เพื่อนพ้องของคนเขียนเล่าว่า ที่อเมริกาผู้ชมโห่ร้องยินดีอย่างหนักกับฉากจุดไคลแมกซ์) ซึ่งนี่เป็นกลอุบายเดียวกับเรื่อง Inglourious Basterds ที่ทารันติเตียนโนกำหนดให้พวกที่นาซีถูกลงโทษอย่างเจ็บแสบ ในทางตรงกันข้าม หนังเรื่องใดที่ชี้แจง alternate history ในแบบที่ผู้ชมไม่เคยชินหรือ ‘ขัดใจ’ ผู้ชมก็มีสิทธิถูกดุเหลวได้ เช่น Downfall (2004) ที่อุตสาหะทำให้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ มองมีความเป็นคน ไม่ใช่เพียงแต่คนวิกลจริตที่สั่งฆ่าล้างชาวยิว หรือ Jojo Rabbit (2019) ภาพยนตร์ตลกที่ฮิตเลอร์แปลงเป็นเพื่อนฝูงในจินตนาการของผู้แสดงนำชายรวมทั้งมีคาแร็กเตอร์บ้าๆบอๆถูกแบ่งเสียงตอบรับของผู้ชมเป็นสองฝั่ง หนังแนว alternate history ที่นักเขียนรู้สึกชื่นชอบ (และก็ถูกดุเหมือนกัน)หมายถึงMarie Antoinette (2006) ของ Sofia Coppola ข้อผิดพลาดสมัยไม่ถูกยุค (anachronism) เป็นคอนเซปต์หลักของหนังหัวข้อนี้ พวกเราก็เลยได้ยินเพลงของวง New Order ในหนังที่มีเบื้องหลังเป็นประเทศฝรั่งเศสสมัยศตวรรษที่ 18 แล้วก็แทนที่จะทำหนังพีเรียดเคร่งขรึม คอปโปลากลับทำให้หนังมีโทนวี้ดว้ายแบบหนังไฮสเราลอเมริกัน และก็ที่สำคัญเป็นตอนสุดท้ายของเรื่อง มารี อองตัวเนตต์ กลับผิดกิโยตินบั่นคอ สร้างความโกรธกับผู้คน (โดยยิ่งไปกว่านั้นชาวประเทศฝรั่งเศส) อย่างยิ่ง แม้กระนั้นในอีกทางหนึ่ง มองดูได้ว่านี่เป็นความอาจหาญแล้วก็มุทะลุ ส่วนปริศนาว่าภาพยนตร์ไทยมีแนว alternate history ไหม พวกเราบางทีอาจจำต้องถามกลับก่อนว่าพวกเรามีหนังประวัติศาสตร์ที่นอกเหนือจากการเล่าประวัติศาสตร์ชาตินิยมบ้างหรือยัง เดือนที่ผ่านมาหน้าคนเขียนได้มองละครเวทีเรื่องหนึ่งที่มีข้อมูลเกี่ยวกับกบฏบวรเดโช ก็เลยกำเนิดสงสัยว่ามีภาพยนตร์ไทยเกี่ยวกับสถานะการณ์นี้หรือเปล่า ภายหลังทดลองค้นมองก็พบว่าเกือบจะไม่มี หรือเป็นฉากเล็กๆที่ถูกเอาออกจากหนังบางเรื่อง หรือถ้าหากว่าด้วยเรื่องที่มีดราม่าวนมาทุกปีอย่าง 6 ตุลาฯ 2519 ก็ยังไม่มีหนังที่เล่าถึงประเด็นนี้อย่างไม่อ้อมค้อม แบบนั้นแล้ว มีประวัติศาสตร์มากที่ยังมิได้ ‘สร้าง’ ในภาพยนตร์ไทย แต่ว่าตอนที่จะมาถึงเป็นขณะใด คำตอบก็เสมือนจะอยู่แสนไกล Tags: ภาพยนตร์ , Recommended , Hollywood , recommended documentary , Once Upon a Time in Hollywood , เควนว่ากล่าวน ทารันติเตียนโน , Quentin Tarantino , Sharon Tate , ชารอน เทต , alternate history Author คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง เป็นนักวิพากษ์วิจารณ์/นักประพันธ์อิสระมา 14 ปี แล้วก็ครูสอนพิเศษด้านภาพยนตร์ 9 ปี ศึกษาและทำการค้นพบว่าล้วนเป็นอาชีพที่ไม่นำพาไปสู่ความมั่งมี แม้กระนั้นก็ยังแรมรอนทำต่อไป กับแก้ไขชีวิตด้วยการดูหนัง ฟังเพลง ดูละครเวที เดินนิทรรศการศิลป์ แล้วก็ตะลุยการแสดงดนตรีตามเมืองนอก